ตามรอยพระพุทธบาท

'เชื่อ' อัศจรรย์บนบานจุดธูปปลุก 'พญานาค' กั้นนครปากเกร็ดรอดน้ำท่วมใหญ่.!
webmaster - 9/9/11 at 14:53


คนสื่อสารกับพญานาคได้! เลขาฯ นายกเทศมนตรีร่างทรงพญานาค ยอมรับปากเกร็ดรอดน้ำท่วมใหญ่ เพราะอิทธิฤทธิ์สัตว์ในตำนาน ชี้อัศจรรย์อื้อ หลังจุดธูปกลางแจ้งบน ฝนตั้งเค้ามืดตึบแต่ไม่ตก มวลน้ำก้อนใหญ่ที่พุ่งเข้ามามากมาย ก็ไซด์โค้งหลบไปอัศจรรย์ เตรียมนำประชาชนแก้บนใหญ่ด้วย “ไข่” เดือนธันวาคมนี้...


.......เป็นเรื่องเล่าลึกลับสุดฮือฮาอีกครั้ง ภายหลังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ผู้ใหญ่ในเทศบาลนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี ออกมาป้องกันให้อำเภอรอดด้วยการบนบานศาลกล่าวกับ “พญานาค” ให้ปากเกร็ดรอดจากภัยน้ำท่วมใหญ่ไปได้อย่างอัศจรรย์ ทั้งๆที่ดูตามแผนที่ตั้ง ชัยภูมิของอำเภอแห่งนี้อยู่ติดกับทิศตะวันตกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่น่าจะรอดจากเงื้อมมือโหดของน้องน้ำได้เลย ทว่าพื้นที่เกือบ 40 ตารางกิโลเมตร 99% แห่งนี้ แห้งราวปาฏิหาริย์ จนกลายเป็นเรื่องที่คนในอำเภอแห่งนี้เล่าขานถึงความมหัศจรรย์ของพญานาค โอบอุ้มไม่ให้ปากเกร็ดน้ำท่วมกันปากต่อปาก

ไทยรัฐออนไลน์ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปรากฏว่า ได้รับยืนยันเรื่องเล่าว่า ปากเกร็ดรอดน้ำท่วมเพราะอิทธิฤทธิ์ของพญานาคจริง โดยผู้ใหญ่ที่ถูกอ้างอิงว่าได้บนบานศาลกล่าวไม่ให้นครปากเกร็ดน้ำท่วมนั้นคือ นายวิรัช ปานปิ่นศิลป์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อลองสอบถามไปยัง นายวิรัช ปานปิ่นศิลป์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี ยอมรับว่า เรื่องการเล่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง แต่อยากให้มองว่าเป็นความเชื่อแต่ละบุคคล

“ก่อนเกิดเหตุน้ำท่วมลงมาเรื่อยๆ ผมก็จุดธูปบนและบอกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่หน้าเทศบาล คือท่านท้าวมหาพรหม และบนกับท้าวพญานาคที่นับถือ ระหว่างที่มวลน้ำก้อนใหญ่ไล่ถล่มอยุธยา และ จ.ปทุมธานีว่า “อย่าให้ปากเกร็ดท่วมเลย” สรุปพอฝนตั้งเค้ามาก็ไม่ตก น้ำที่จะวิ่งใส่เราตรงๆ ก็อ้อมไปที่อื่น เรารอดเพราะปาฏิหาริย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์”

นายวิรัชบอกว่า รอด ทั้งที่ดูจากชัยภูมิที่ตั้งและทิศทางมวลน้ำที่วิ่งเทลงมาแล้วไม่น่าจะรอด พื้นที่ปากเกร็ดเนื้อที่ราว 36.5 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางผ่าน อยู่ติดกับทิศตะวันตกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สำคัญพื้นที่นี้ ถ้ามาจะโดนหนักมาก บ้านเรือนประชาชนหลายแสนคนเดือดร้อนแน่นอน ตอนที่เห็นเส้นทางน้ำท่วมลงมาปทุมฯมากมาย

"ใจหนึ่งก็กลัวจะเอาไม่อยู่ นอกจากงบประมาณเกือบร้อยล้านทุ่มลงไปเพื่อรักษาปากเกร็ด แล้วผมก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองปากเกร็ดอยู่ตัวเองอยู่ด้วย บริเวณหน้าที่ทำการจะมีศาลท่านท้าวมหาพรหมที่พวกเรากราบไหว้ทุกวัน พอดีผมนับถือพญานาคและก็มีร่างทรงด้วย จึงบนขอท่านว่าให้ช่วยให้ปากเกร็ดน้ำไม่ท่วม เพราะถ้าท่วมมากเหมือนที่อื่น ด้วยจำนวนประชากรที่มากขนาดนี้ พวกเขาไม่รู้จะอพยพไปที่ไหนกัน”


อีกทั้งบ้านเรือน แหล่งธุรกิจต่างๆ จะเสียหายมาก ถ้าเกิดเหตุ ดูแลอย่างไรก็ไม่ทั่วถึง จึงเข้ามาปรึกษามากมาย เพราะรู้ว่าตนปฏิบัติ มีองค์สื่อสารกับพญานาค สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานได้
“พอวันนี้น้ำไม่เข้าปากเกร็ด 99% เดือนหน้า ผมจะนำชาวปากเกร็ด ก็ต้องแก้บนศาลท่านท้าวมหาพรหม ด้วยนางรำ หัวหมู ไก่ เนื้อสัตว์ ผลไม้ 9 อย่าง และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ไข่ดิบ ไข่สุก ของสักการะท้าวพญานาค เคล็ดลับบนตรงนี้ ท่านชอบมากๆ”

สุดท้าย เลขานุการนายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด ยังย้ำด้วยว่า ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

“อย่างที่ผมบอก ในมิติของการป้องกัน เราก็ทุ่มเทสุดกำลังแล้ว ส่วนเรื่องการบนบานศาลกล่าวมันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่สำหรับตน มีร่างทรงพญานาคคุ้มครอง พอพวกเราเดือดร้อนท่านก็มาช่วยเหลือคนปากเกร็ด” ร่างทรงพญานาคกล่าวสรุป

สำหรับประวัติ นายวิรัช ปานปิ่นศิลป์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรี เกิด 10 มิถุนายน 2499 ประวัติการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ประวัติการทำงาน พ.ศ. 2522 - 2551 พนักงานเทศบาลการดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2551 เลขานุการนายกเทศมนตรี


นายวิรัช หรือที่ประชาชนเรียกกันว่า พี่หมู หรือพี่วิรัชนั้น อุปนิสัยดี เป็นที่นับถือของประชาชน ทั้งยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นนักปฏิบัติธรรมที่สามารถสื่อสารกับพญานาคสิ่งลี้ลับได้ “ผมมีองค์พญานาค” เขายอมรับกับไทยรัฐออนไลน์ คนใกล้ชิดบอกว่า ใจบุญ ไม่กินเนื้อสัตว์ ชอบนั่งสมาธิ(Meditation) และขึ้นชื่อเรื่องให้หวยแม่นยำ

เรื่องหวยนั้นมีหลายเรื่องเล่า แต่เรื่องที่คนปากเกร็ดแทบทุกคนจดจำได้ดี เล่ากันปากต่อปากว่า ครั้งหนึ่งมีเรื่องเล่าว่า คนในประชาชนในนครปากเกร็ดไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก แล้วก็ไปขอเงินพี่วิรัชในบ้าน แต่กลับได้เลขเด็ดกลับไปบ้าน ไม่น่าเชื่อว่างวดนั้นจะถูกรางวัลใหญ่ แล้วก็ได้เงินไปใช้จ่ายค่าเทอมลูก หลังจากข่าวให้เลขเด็ดแม่นแพร่ขจรขจายออกไป ปรากฏว่าประชาชนแห่มาขอเลขเด็ดพี่วิรัชกันมากมาย แต่พี่วิรัชก็ปฏิเสธไปเสียทุกราย.


ภาพข่าว - ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 54


webmaster - 1/12/11 at 05:42

ตื่น.. "รอยพญานาค" แห่กราบไหว้ ที่อุดรธานี




คลิปวีดีโอข่าว komchadluek.net 7 ก.ย.54

ชาวบ้านกว่า 100 คน แห่กราบไหว้บูชาขอโชคขอลาภ และเลขเด็ด! รอยซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรอยพญานาค


........ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.54 ได้รับแจ้งจาก นายพลศักดิ์ เหมือนจันทร์ ครูโรงเรียนบ้านคำผักหนาม ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พบรอยประหลาด คล้ายกับรอยพญานาค เลื้อยอยู่บนฝาผนังห้องใต้ฐานพระพุทธรูป ภายในวัดสว่างจิตรนิมิตรคำผักหนาม จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบชาวบ้านกว่า 100 คน ทยอยกันเข้ากราบไหว้ อยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชาที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้พร้อมกับมีบาตรไว้ให้ชาวบ้านที่มีจิตเลื่อมใสและศรัทธา ทำบุญถวายปัจจัย อยู่บริเวณด้านข้างของพระพุทธรูปที่สร้างยังไม่เสร็จ ซึ่งองค์พระพุธทรูปนั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งอยู่ติดกับหนองน้ำ ชาวบ้านเรียกหนองน้ำแห่งนี้ว่า "หนองคำผักหนาม"

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เข้าไปภายในห้องขนาดกว้างประมาณ 5 เมตร ยาว 5 เมตร พบพระศราวุธ คุตตะธัมโม อายุ 31 ปี พระลูกวัด ซึ่งเป็นเจ้าของห้องดังกล่าว จึงได้นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบรอยประหลาด คล้ายลอยสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ความกว้างของรอยประมาณ 4 นิ้ว เลื้อยเป็นรอยยาวประมาณ 5-6 เมตร บนฝาผนังห้องข้างหลังโต๊ะหมู่บูชาติดกับหน้าต่าง

พระศราวุธ เล่าว่า ตนบวชเมื่อช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา หลังจากบวชมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ตนจึงได้ฝันเห็นพระฤาษีขี่คอพญานาคลำตัวขนาดเท่าต้นตาล ลอยขึ้นมาจากหนองน้ำ เลื้อยพันรอบองค์พระพุทธรูป อ้าปากชูคออยู่เหนือเศียรพระพุทธรูป และในฝันพระฤาษีได้บอกกับตนว่าจะมาขออยู่ด้วย เพราะได้อาศัยจำพรรษาบำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่ใต้หนองน้ำแห่งนี้มานานเป็นร้อยเป็นพันปีแล้ว

เมื่อเห็นบริเวณที่ตนอาศัยจำพรรษาอยู่นั้น ได้สร้างวัดและพระพุทธรูปขึ้น จึงอยากจะขึ้นมาอยู่ และรับใช้พระพุทธองค์คอยปกปักรักษาพระพุทธองค์ไว้ แต่ตนได้ปฏิเสธกับพระฤาษีไป เพราะเห็นว่าอยู่กันคนละภพ ตนจึงได้แนะนำให้ไปอยู่ที่เจ้าศาลปู่ตาคำผักหนามในหมู่บ้าน จึงทำให้สร้างความไม่พอใจให้กับพระฤาษีและพญานาค

หลังจากฝันผ่านมาประมาณ 2 อาทิตย์ ตนได้ฝันเห็นอีกครั้ง ซึ่งในความฝันได้ถามไปว่าท่านขึ้นมาเมืองมนุษย์อีกทำไม พระฤาษีจึงได้ตอบตนในความฝันว่า มาทวงสัญญาและคำตอบจากท่าน เรื่องที่เราทั้งสองจะขอมาอยู่กับท่านและคอยรับใช้พระพุทธองค์ ทำให้ตนจึงกลัวว่าจะมีอันเป็นไป ทำให้ตนจึงปฎิเสธอีกครั้ง

จนกระทั่งเมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 22.00 น. ตนได้ฝันเห็นอีกครั้ง คราวนี้มาเข้าฝันตนด้วยความน่ากลัวคล้ายกับจะมาเอาชีวิตตน อาการเหมือนกับถูกผีอำ ดิ้นหนีจนตกเตียงนอน ตนจึงลุกขึ้นวิ่งออกห้องไปหาหลวงตาแก้วที่อยู่กุฏิท้ายวัด และตนจึงได้เล่าถึงเหตุการณ์ในความฝันถึง 3 ครั้งให้กับหลวงตาฟัง แล้วกลับมายังกุฏิของตน เพื่อจุดธูปเทียนขอขมา เมื่อตนจุดเทียนขึ้นจึงพบรอยประหลาดที่เกิดขึ้นภายในห้อง จนรุ่งเช้าตนจึงบอกให้ชาวบ้านที่มาทำบุญในวัดฟัง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ชาวบ้านต่างพากันตกใจแห่เข้ามากราบไหว้ขอโชคลาภ ขอเลข โดยชาวบ้านก็ต่างพากันพูดเหมือนกันว่ารอยประหลาดดังกล่าวคล้ายรอยพญานาค [/color]



ชาวอุดรฯ ตื่นรอยพญานาค..แห่กราบไหว้ขอหวย



ภาพข่าว - ไทยรัฐ

ชาวบ้านแตกตื่นรอยประหลาด คล้ายรอยพญานาคเลื้อยบนฝาผนังห้อง ใต้พระพุทธรูปที่ยังสร้างไม่เสร็จ แห่กราบไหว้ขอโชคลาภ หลังฟังเรื่องราวจากความฝัน ของพระที่ใช้ห้องดังกล่าวเป็นกุฏิจำพรรษา...


......เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายพลศักดิ์ เหมือนจันทร์ ครูโรงเรียนบ้านคำผักหนาม ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ว่า พบรอยประหลาด คล้ายกับรอยพญานาค เลื้อยอยู่บนฝาผนังห้อง ใต้ฐานพระพุทธรูป ภายในวัดสว่างจิตรนิมิตรคำผักหนาม จึงเดินทางไปตรวจสอบถึงที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกว่า 100 คน ทยอยกันเข้ากราบไหว้บริเวณหน้าโต๊ะหมู่บูชาที่วัดได้จัดเตรียมไว้ พร้อมกับมีบาตรไว้ภายในเต็นท์ เพื่อให้ชาวบ้านที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธา ได้หลบฝนทำบุญถวายปัจจัยอยู่บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปที่สร้างยังไม่เสร็จ ซึ่งอยู่ติดกับหนองน้ำ ชาวบ้านเรียกหนองน้ำแห่งนี้ว่า "หนองคำผักหนาม"

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เข้าไปภายในห้องขนาดกว้างประมาณ 5 เมตร ยาว 5 เมตร พบพระศราวุธ คุตตะธัมโม อายุ 31 ปี พระลูกวัด ซึ่งเป็นเจ้าของห้องดังกล่าว ได้นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบรอยประหลาด คล้ายรอยสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ความกว้างของรอยประมาณ 4 นิ้ว เลื้อยเป็นรอยยาวประมาณ 5-6 เมตร บนฝาผนังห้องด้านหลังโต๊ะหมู่บูชาติดกับหน้าต่าง และบริเวณหน้าต่างข้างเตียงนอน

โดยพระศราวุธเล่าว่า ตนบวชเมื่อช่วงเข้าพรรษาปีนี้ หลังจากบวชมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ฝันเห็นพระฤาษีขี่คอพญานาค ลำตัวขนาดเท่าต้นตาล ลอยขึ้นมาจากหนองน้ำ เลื้อยพันรอบองค์พระพุทธรูป อ้าปากชูคออยู่เหนือเศียรพระพุทธรูป และพระฤาษีบอกกับตนว่า จะมาขออยู่ด้วย เพราะอาศัยจำพรรษาบำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่ใต้หนองน้ำแห่งนี้มาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้ว เมื่อเห็นบริเวณที่ตนอาศัยจำพรรษาอยู่นั้น ได้สร้างวัดและพระพุทธรูปขึ้น จึงอยากจะขึ้นมาอยู่รับใช้พระพุทธองค์และคอยปกปักรักษาพระพุทธศาสนาไว้ แต่ตนปฏิเสธไป เพราะเห็นว่าอยู่กันคนละภพ

และแนะนำให้ไปอยู่ที่เจ้าศาลปู่ตาคำผักหนามในหมู่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้พระฤาษีและพญานาคเป็นอย่างมาก หลังจากฝันได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ตนฝันเห็นอีกครั้ง ในความฝันได้ถามไปว่า ท่านขึ้นมาเมืองมนุษย์อีกทำไม พระฤาษีได้ตอบว่า "มาทวงสัญญาและคำตอบจากท่าน เรื่องที่เราทั้งสองจะขอมาอยู่กับท่าน และคอยรับใช้พระพุทธศาสนา" ตนกลัวว่าจะมีอันเป็นไป หากรับปากกับสิ่งเร้นลับ จึงปฏิเสธอีกครั้ง

"จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ เวลาประมาณ 22.00 น. ตนฝันเห็นอีก คราวนี้มาเข้าฝันด้วยความน่ากลัว คล้ายกับจะมาเอาชีวิตตน อาการเหมือนกับถูกผีอำ ดิ้นหนีจนตกเตียงนอน เมื่อตื่นแล้วลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องไปหาหลวงตาแก้วที่อยู่กุฏิท้ายวัดอย่างไม่คิดชีวิต เล่าถึงเหตุการณ์ในความฝันถึง 3 ครั้งให้หลวงตาแก้วฟัง จากนั้นได้กลับมายังกุฏิของตน เพื่อจุดธูปเทียนขอขมา ตามคำบอกของพระหลวงตาแก้ว และเมื่อตนจุดเทียนขึ้น จึงพบรอยประหลาดเกิดขึ้นภายในห้อง

จนรุ่งเช้าตนจึงเล่าให้ชาวบ้านที่มาทำบุญในวัดฟัง ต่างพากันตกใจแตกตื่น และแห่เข้ามากราบไหว้ขอโชคลาภขอหวย ซึ่งชาวบ้านต่างพูดเหมือนกันว่า รอยประหลาดดังกล่าวคล้ายรอยพญานาค และคล้ายกับตัวเลข 88, 22, 55, 32 ซึ่งแล้วแต่ใครจะเห็นเป็นเลขอะไร หรือคิดอย่างไร ส่วนตัวเองยังไม่ปักใจเชื่อ แต่ก็ไม่กล้าลบหลู่ และหากพระฤาษีและพญานาคมาเข้าความฝันอีก คราวนี้ตนคงไม่กล้าจะปฏิเสธท่านอีกเป็นแน่" พระศราวุธ กล่าว[/color]



คนแห่บุกพิสูจน์ รอยพญานาค วัดป่านาจะหลวย จ.อุบลราชธานี



ภาพข่าว - ไทยรัฐ

ชาวบ้านจำนวนมากหลั่งไหลพิสูจน์รอยประหลาดคล้ายตัวพญานาค ซึ่งปรากฏขึ้นบนพื้นดิน ในวัดป่านาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี และต่างร่วมกันจุดธูปเทียน และนำดอกไม้ มาไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล


....... เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (11 พฤษภาคม) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุบลราชธานี ได้เดินทางไปที่วัดป่านาจะหลวย เลขที่ 214 ม.11 บ้านกลางเมือง ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี หลังมีเสียงลือแพร่สะพัดว่า ภายในวัดดังกล่าว มีรอยประหลาดคล้ายรอยพญานาคขึ้น ในช่วงวันวิสาขบูชา ที่ผ่านมา ไปถึงพบกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากกว่า 100 คน เดินทางมาจากทั่วสารทิศ เพื่อมาพิสูจน์รอยพญานาคให้เห็นกับตาตัวเอง จนทำให้พื้นที่วัดแคบลงไปถนัดตา โดยจุดที่เกิดรอยพญานาคอยู่บริเวณลานดินหน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัด จะปรากฎรอยคล้ายตัวพญานาค ทั้งส่วนหัวพญานาค ไปจนถึงส่วนหาง รวมความยาวประมาณ 7 เมตร ซึ่งมีการนำเต็นท์มากางกันแดดกันฝน พร้อมทำแนวกั้นเพื่อไม่ให้รอยได้รับความเสียหาย จากผู้นิยมมาขูดหาโชค และแรงลม แต่เปิดโอกาสให้ประชาชนถวายดอกไม้และจุดธูปเทียนบูชา ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

สอบถามพระอธิการอำนาจ จารุวรรณโณ อายุ 57 ปี เจ้าอาวาสวัดป่านาจะหลวย และเจ้าคณะตำบลนาจะหลวย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ในขณะที่ตนกำลังจะจำวัดในกุฏิ จู่ๆก็เกิดเสียงพายุลมแรง คล้ายฝนจะตก นานกว่า 20 นาที ตนจึงนั่งสมาธิสวดมนต์ภาวนา สักครูเมื่อลมพายุสงบลง จึงถือไฟฉายเดินลงจากกุฏิเพื่อสำรวจว่ามีอะไรเสียหายหรือไม่ เพราะพายุลมแรงมากจนน่ากลัว แต่เมื่อฉายไฟไปตกกระทบกับลานดินหน้ากุฏิ เกิดแสงประหลาดฉายวับเข้าตา ตนเข้าใจว่าจะเป็นเศษแก้ว จึงส่องไฟแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ กลับพบรอยประหลาด ทีแรกเข้าใจว่าเป็นรอยของเต่า แต่ลักษณะรอยยาวเกินไป หากเป็นรอยงูก็ไม่น่าจะเป็นรอยเส้นยาวธรรมดา สักครู่จึงฉุกคิดได้ว่าอาจเป็นรอยพญานาคขึ้นมาบูชาพระพุทธเจ้าในวันวิสาขบูชา เพราะเมื่อเพ่งมองดีดี ลักษณะรอยคล้ายตัวพญานาค ตนจึงไปเรียกพระลูกวัดออกมาช่วยกันดูเพื่อคลายความสงสัยว่าตนไม่ได้ตาฝาดไป

เจ้าอาวาสวัดป่าจะหลวย กล่าวอีกว่า รุ่งเช้าก็ไปแจ้งเทศบาลตำบลเข้ามาร่วมพิสูจน์ และนำเต็นท์มากางบังแดดบังฝนให้ กระทั่งมีประชาชนที่ทราบข่าวกันแบบปากต่อปากเดินทางมาดูเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีกลุ่มชาวบ้านที่เคยไปพิสูจน์รอยพญานาคที่เกิดขึ้นในเขต จ.หนองคาย มาชมรอยพญานาคที่วัดแล้วยืนยันว่าเป็นรอยลักษณะเดียวกัน โดยตลอดเวลา 31 พรรษาที่ตนบวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ไม่เคยเกิดเรื่องประหลาดดังกล่าว มีเพียงนิมิตฝัน ว่าพื้นที่วัดแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคมาก่อนเท่านั้น จนมาพบรอยดังกล่าวเมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา

ทางด้านนางแวน วิชัย อายุ 64 ปี ชาวบ้าน หมู่ 11 บ้านกลางเมือง ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี หนึ่งในผู้ที่มาพิสูจน์ กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านนำเอาเรื่องรอยพญานาค ไปพูดกันปากต่อปาก ตนเองจึงอยากเห็นว่าเป็นเช่นไร แต่เมื่อพอมาดูที่แรกก็พบว่าเป็นรอยคล้ายรอยพญานาค ที่เคยเห็นในทีวี ทีแรกตนเองก็ดูไม่ค่อยออกว่าเป็นรูปอะไรตรงส่วนหัว จนมีเพื่อบ้านบอกว่าจะต้องเอากล้องจากมือถือ หรือ กล้องถ่ายรูปถ่ายใกล้ แล้วดูจะเห็นเป็นรูปหัว พญานาค มีหงอน มี เขา มีหนวด นอนพาดลำตัวอยู่ เมื่อตนลองขอดูภาพที่เพื่อนบ้านถ่ายก็เห็นแบบที่เพื่อนบ้านบอกจริง

นางแวน ยังกล่าวอีกว่า โดยส่วนตัว ตนเองเชื่อว่าเป็นการแสดงปาฏิหารย์ของพญานาคที่ปกปักรักษาที่วัดแห่งนี้ เช่นเดียวกันกับนางนงค์ คำบุย อายุ 50 ปี และ นาง ปรางค์ สีชมพู อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมพิสูจน์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลใครไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ถ้าเป็นชาวบ้านแถบนี้เชื่อกันว่าเป็นรอยพญานาคของจริง จึงพากันมากราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง และ ลูกหลาน