ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 14/4/08 at 22:51 Reply With Quote

(Update 25-07-57) การ์ตูน..พุทธประวัติ (เวอร์ชั่นใหม่)


การ์ตูน..พุทธประวัติ (เวอร์ชั่นใหม่)




(คลิกชม "คลิปวีดีโอ" ด้วยโปรแกรม Flash Player รวม 40 ตอน)




ความเป็นมาการ์ตูน "พุทธประวัติ" (The Life of Buddha )


คิดว่าคงมีหลายคนที่เคยได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนไทยเรื่องยิ่งใหญ่ เรื่อง ประวัติพระพุทธเจ้า หรือ The Life of Buddha ที่มีท่าน ว.วชิรเมธี เป็นประธานในการจัดสร้างมาบ้างแล้ว โดยจะเป็นงานสร้างแบบ 2 D โดยทีมงานคนไทยที่เคยทำงานให้กับ Walt Disney มาแล้ว


การ์ตูนเรื่องนี้จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชวโรกาสที่จะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในปีนี้ โดยจะนำออกเผยแพร่แก่สาธารณชนทั่วไป โดยเฉพาะแจกจ่ายตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่งงบจัดทำนั้นสูงถึงกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้สร้างไปแล้วมากกว่า 50% หมดเงินไปแล้วกว่า 70 ล้านบาท

กลุ่มธรรมะการ์ตูน ๘๐ พรรษามหาราช ซึ่งมีท่านว.วชิรเมธีเป็นประธานกรรมการ ได้สนับสนุนโครงการภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “ประวัติพระพุทธเจ้า” (The Life of Buddha) และมีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ เป็นภาพยนตร์การ์ตูน 2 มิติ ที่สร้างจากฝีมือคนไทยทั้งเรื่อง โดยกลุ่มคนที่เคยสร้างผลงานร่วมกับ WALT DISNEY

ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชวโรกาสที่จะทรงมีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในปี ๒๕๕๐ ซึ่งภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ เมื่อนำออกเผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว จะเกิดประโยชน์ต่อบุคคล สังคม และประเทศชาติหลายประการ


เนื้อหาของเรื่องจะแบ่งออกเป็น ๔ ตอน ได้แก่ ส่วนแรกทรงถือปฏิสนธิ ส่วนที่สองประสูติ ส่วนที่สามตรัสรู้ ส่วนสุดท้ายทรงสั่งสอนธรรมะและปรินิพพาน รวมเวลาทั้งสิ้น ๙๐-๑๐๐ นาที ใช้งบประมาณทั้งหมด ๑๐๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งร้อยแปดล้านบาท)


แต่จุดมุ่งหมายของผู้จัดทำได้มีความตั้งใจให้เป็นภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าของคนไทยทุกคนจึงตัดสินใจไม่ขายให้ต่างชาติ แม้จะติดภาระหนี้สินจากการผลิตอยู่มาก แต่ขอมุ่งมั่นดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทันกำหนดการฉายวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ นี้ รายได้ส่วนหนึ่งจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล

ที่มา - popcornmag.com


การ์ตูน..พุทธประวัติ (เวอร์ชั่น Animation ของคนไทย)
















การ์ตูน..พุทธประวัติ (เวอร์ชั่นเก่า)


ตอนที่ ๑ พระพุทธเจ้าประสูติ และเสด็จออกบวช



ตอนที่ ๒



Link สำรองจาก Youtube (file.flv)



เวอร์ชั่นเก่า คลิปเดียวจบ I เวอร์ชั่นใหม่ คลิป 1 - คลิป 2 - คลิป 3 - คลิป 4 I Link 2 คลิปเดียวจบ - Link 3 HD - Link 4




พุทธประวัติ

• อัญเชิญจุติ

เมื่อประมาณ ๒,๕๐๐ ปี ณ ดินแดนทางทิศเหนือของประเทศอินเดีย เป็นที่ตั้งของแคว้นสักกะ เมืองหลว งของแคว้นนี้มีชื่อว่า กรุงกบิลพัสดุ์ ซึ่งปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์ศากยะพระนามว่า “พระเจ้าสุทโธทนะ”

พระองค์ทรงมีพระมเหสีพระนามว่าพระนางสิริมหามายา ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญบารมีทั้ง ๓๐ ประการ บริบูรณ์ ในชาติที่เป็นพระเวสสันดร ครั้งสิ้นพระชนม์แล้วก็ได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรมีชื่อว่า สันดุสิตเทวราช สถิตอยู่ใน สวรรค์ ชั้นดุสิต (ดุสิตเทวโลก)

เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องจุติ ท้าวมหาพรหมและเทพยดาทั้งหลายจึงอาราธนาอัญเชิญ จุติบนโลกมนุษย์ เพื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมโพธิสัตว์หรือในขณะนั้นทรงเป็นสันดุสิตเทวราช จึงได้ ทรงพิจารณาเลือกมาปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางสิริมหามายา

• ทรงพระสุบิน

ในคืนวันที่สันดุสิตเทวราชปฏิสนธิ พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบิน เห็นดวงดาวหกเหลี่ยมที่มีแสงสุกสกาว และพญาช้างเผือก ๖ งา ลงจากสุวรรณคีรี (ภูเขาทอง) แล้วขึ้นมายังหิรัญคีรี (ภูเขาเงิน) ที่พระนางประทับอยู่ ชูงวงซึ่งถือดอกบัวขาวเข้ามาภายในกนกวิมานที่ประทักษิณ (เวียนโดยรอบ) พระนาง ๓ รอบ เสมือนหนึ่งเข้าไปสู่ พระครรภ์ของพระนาง

• ประสูติ

เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงมีพระครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่ ๑๐ ใกล้จะถึงเวลาประสูติ มีพระทัยปรารภจะเสด็จ กรุงเทวทหะเพื่อไปประสูติพระครรภ์ที่พระราชวังของพระราชบิดาตามธรรมเนียม จึงกราบทูลขอพระบรมราชานุญาต จากพระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อพระนางได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว พระนางจึงทรงออกเดินทางในตอนเช้า วันวิสาขปุณณมี (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ คือ วันวิสาขบูชา)

พอถึงเวลาใกล้เที่ยงวันก็เสด็จถึงสวนลุมพินีวัน ซึ่งตั้งอยู่ ระหว่างพระนครทั้งสอง พระนางปรารถนาจะเสด็จประพาสชมสวน ครั้นพอพระนางเสด็จยังต้นสาละ ทรงจับกิ่งสาละ พอพระหัตถ์ถึงกิ่งสาละก็บังเกิดลมกัมมชวาตประชวรพระครรภ์ ข้าราชบริพารทั้งหลายก็ช่วยกันผูกม่านแวดวงภายใต้ ต้นสาละ

พระนางทรงประทับยืนหันพระปฤษฎางค์ (หลัง) อิงกับต้นสาละ พระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งสาละผันพระพักตร์ไปทาง ทิศบูรพา ประสูติพระราชโอรส โดยปราศจากความเจ็บปวดใดๆ พระราชกุมารภายหลังประสูติได้พระราชดำเนินไป ๗ ก้าว โดยมีดอกบัวผุดจากพื้นดินมารองรับพระบาททุกก้าว

• สำเร็จปฐมฌาน

เมื่อพระราชกุมารมีพระชนม์ได้ ๕ วัน พระเจ้าสุทโธทนะทรงเชิญพราหมณ์ ๑๐๘ คน มาทำพิธีและตั้ง พระนามให้พระราชโอรสว่า “สิทธัตถะ” จากนั้นทรงคัดเลือกพราหมณ์จาก ๑๐๘ คนให้เหลือ ๘ คน เพื่อให้ทำนาย ลักษณะ

พราหมณ์ ๗ คน ทำนายว่าถ้าพระราชโอรสอยู่ในเพศฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าทรงครองเพศ บรรพชิตก็จะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่พราหมณ์อีกคนที่เหลือชื่อ โกณฑัญญะ ทำนายว่า พระราชโอรสจะต้อง ออกบวชและจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นอน

ครั้นพระนางสิริมหามายาประสูติพระราชโอรสได้ ๗ วัน พระนางสิริมหามายาก็สิ้นพระชนม์ พระเจ้าสุทโธทนะได้ให้พระนางปชาบดีโคตรมี พระน้องนางของพระนาง สิริมหามายาซึ่งเป็นพระมเหสีอีกพระองค์ของพระเจ้าสุทโธทนะให้ทำหน้าที่เลี้ยงดูพระราชโอรส พระนางทรงดูแล พระราชโอรสดุจพระโอรสของพระนางเอง

เจ้าชายสิทธัตถะถึงแม้อยู่ในวัยเด็กก็สามารถประทับนั่งขัดสมาธิเจริญ อานาปานสติกัมมัฏฐาน จนได้ปฐมฌานโดยมิได้สนใจของเล่นเช่นพระกุมารอื่นๆ พระราชบิดารู้สึกไม่สบายพระทัย เมื่อเห็นอาการของพระกุมารเช่นนั้น

• อภิเษกสมรส

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเจริญวัยมีพระชนมายุได้ ๑๖ ชันษา พระราชบิดาทรงสร้างปราสาทขึ้น ๓ หลังสำหรับ ให้เจ้าชายประทับในฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว จากนั้นพระองค์ก็ทรงสู่ขอ เจ้าหญิงพิมพา หรือ "ยโสธรา" พระราชธิดา ในพระเจ้าสุปปพุทธะ กับ พระนางอมิตาแห่งกรุงเทวทหะมาอภิเษกกับเจ้าชายสิทธัตถะ

ในพระราชพิธีอภิเษกสมรสของ พระนางยโสธรา ได้มีการทดลองพละกำลังและสติปัญญาระหว่างเจ้าชายทั้งหลาย ในการประลองครั้งนี้เจ้าชาย สิทธัตถะได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถเหนือเจ้าชายอื่นๆ ไม่มีผู้ใดเทียบได้ในการใช้กระบี่บนหลังม้า

พระองค์ทรงมีความสามารถใน “ลักษาเวทะ” คือสามารถยิงถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำ โดยใช้ “สิงห์ธนู” ซึ่งไม่ต้องโก่งธนูให้เชือกตึง และพระนางยโสธราทรงคล้องพวงมาลัยที่พระศอของเจ้าชายสิทธัตถะผู้ได้รับชัยชนะด้วยความภูมิพระทัย

พิธีอภิเษกสมรสได้จัดขึ้นหลังจากผ่านข้อแม้ต่างๆ อย่างสมพระเกียรติ และเจ้าชายสิทธัตถะทรงอยู่กับ พระนางยโสธราอย่างมีความสุข จนกระทั่งเจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระชนมายุ ๒๙ ชันษา พระนางยโสธราก็ทรงพระครรภ์

• เทวทูต ๔

พระเจ้าสุทโธทนะได้จัดให้พระราชกุมารอยู่บนพระราชวังที่ใหญ่โต ปราศจากคนสูงอายุหรือคนป่วยที่นั่น ไม่มีการพูดถึงเรื่องเศร้า ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เจ้าชายสิทธัตถะเกิดความเบื่อหน่ายในการครองเรือน วันหนึ่งเจ้าชาย สิทธัตถะมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จประพาสอุทยาน

ขณะที่ประทับราชรถไประหว่างทางได้ทอดพระเนตรเห็นคนแก่ ผมหงอก ถือไม้เท้าเดินสวนมาทำให้ทรงรู้สึกเศร้าสลดหดหู่ วันต่อมาพระองค์ก็เสด็จประพาสอุทยานเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งนี้ได้ทอดพระเนตรเห็นคนเจ็บที่ร่างกายเต็มไปด้วยแผลเน่าเปื่อย ร้องครวญครางอยู่ข้างถนน เป็นที่น่าเวทนาและ พระองค์ได้ช่วยพยุงคนเจ็บให้ลุกขึ้น

อีก ๑๕ วัน ต่อมาเสด็จเลียบพระนครเป็นครั้งที่ ๓ โดยราชรถก็ทอดพระเนตรเห็นคนตายถูกหามไปยังป่าช้า มีญาติเดินร้องรำพันด้วยความอาลัยรัก ครั้นเสด็จออกไปเป็นครั้งที่ ๔ ก็ทรงพบกับนักบวชนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ (ผ้าย้อมฝาด) มีกิริยาน่าเลื่อมใส

• เสด็จหนีบรรพชา

การที่เจ้าชายสิทธัตถะทอดพระเนตรเห็น เทวทูตทั้ง ๔ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช ทำให้ทรงตระหนักว่าทุกคนจะต้องแก่ชราและมีโรคภัยไข้เจ็บมาทำลายความสวยความงาม บั่นทอนพละกำลังและร่างกายทุกคน จะต้องตายในวันใดวันหนึ่งไม่มีผู้ใดสามารถหลีกเลี่ยงได้ อันเป็นความทุกข์กังวลอย่างใหญ่หลวงของมนุษย์

เมื่อความจริงประจักษ์แก่พระองค์ พระองค์ทรงรู้สึกตัดขาดจากความเพลิดเพลินในทางโลกอย่างสิ้นเชิง ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ ที่จะเสด็จออกบวชเพื่อหาหนทางพ้นจากความทุกข์ ทำอย่างไรถึงจะบรรลุอมตธรรม จากวันนั้นเป็นต้นไป พระองค์ ทรงยึดในความคิดนั้นเพียงอย่างเดียว

และในคืนวันหนึ่ง พระองค์ทรงตัดสินพระทัยเสด็จออกจากพระราชวัง โดย พระองค์เสด็จเยี่ยมพระนางยโสธรากับพระราชโอรสซึ่งกำลังบรรทมหลับอยู่ แม้จะทรงอาลัยแต่ก็หักพระทัยทิ้ง พระนางยโสธราและพระราชโอรสที่เพิ่งประสูติใหม่ชื่อ ราหุล ไว้เบื้องหลัง เสด็จออกมาทรง ม้ากัณฐกะ หนีออกจากพระนครพร้อมกับนายฉันนะ

• ทรงตัดพระโมฬี

เจ้าชายสิทธัตถะทรงม้ากัณฐกะมาจนกระทั่งใกล้รุ่ง ก็เสด็จถึงฝั่งแม่น้ำอโนมาจึงเสด็จลงจากหลังม้า ทรงใช้ พระขรรค์ตัดพระโมฬี (จุก) ออกเหลือเส้นพระเกศายาวประมาณ ๒ องคุลี (๑ องคุลีจะเท่ากับข้อปลายของนิ้วกลาง) ม้วนไปทางขวาเป็นวงกลมซึ่ง

พระเกศาไม่มีการยาวออกมาอีกจนกระทั่งพระองค์ปรินิพพานแล้วเปลี่ยน ฉลองพระองค์ เป็นนักบวช จากนั้นทรงอธิษฐานขอบรรพชาเป็นนักบวช จากนั้นพระองค์ทรงรับสั่งให้นายฉันนะนำม้ากัณฐกะ และฉลองพระองค์ (เสื้อผ้า) เดิมของพระองค์กลับพระนคร เพื่อไปถวายพระเจ้าสุทโธทนะที่พระราชวัง

((( โปรดติดตาม ตอนต่อไป )))



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1640
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 25/7/14 at 16:00 Reply With Quote


.


webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1640
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved