ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 23/5/08 at 09:32 Reply With Quote

มรณานุสติ.. พบกับภาพข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง




ข่าวด่วน..พบแล้ว 17 ศพ! เหยื่อ "แอร์ฟรานซ์" ตกในแอตแลนติค

8 มิย. 2552 06:45 น.


......โฆษกกองทัพอากาศบราซิลแถลงที่เมืองเรซิเฟ่ เมืองท่าชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล เมื่อวันอาทิตย์ว่า พบศพแล้ว 17 ศพ รวมทั้งเศษชิ้นส่วนโครงสร้างหลายสิบชิ้นของเครื่องบินโบอิ้ง เอ 330

จากเหตุเครื่องบินโดยสารสายการบิน"แอร์ฟรานซ์"เที่ยวบินที่ 447 ตกในมหาสมุทรแอตแลนติคเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว พร้อมลูกเรือและผู้โดยสาร 228 คน

และว่าเรือได้ขนศพไปไว้ที่เกาะเฟอร์นานโด เดอ โนรอนา ก่อนจะส่งทางเครื่องบินไปที่เมืองเรซิเฟ่ เพื่ออชันสูตรต่อไป มีรายงานพบสิ่งของส่วนตัวหลายรายการในทะเลด้วย รวมทั้งกระเป๋าเอกสารหนังและกระเป๋าใส่แลปทอป พร้อมตั๋วโดยสารเครื่องบินลำดังกล่าว

ทหารเรือบราซิลพบศพชายสองคนแรกเมื่อวันเสาร์ ในบริเวณห่างจากเมืองเรซิเฟ่ 1,150 กิโลเมตรก่อนที่ทีมจากเรือฟรีเกตบราซิล และเรือรบฝรั่งเศสที่เข้าร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยจะพบรวมกันอีก 15 ศพในวันอาทิตย์ ซึ่งสรุปแล้ว พบผู้เสียชีวิตเป็นชายหญิงเพศละ 4 คนแล้เว แต่ที่เหลือยังไม่อาจระบุเพศได้ เครื่องบินลำนี้สูญหายระหว่างบินจากนครริโอเดอจาไนโรไปกรุงปารีส ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ตกเพราะยังหากล่องดำไม่พบ

ทางด้านนายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ ฟียองของฝรั่งเศส ประกาศแต่งตั้ง "นายปีแยร์ ฌอง วองดอเน่" เป็นฑูตผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตจาก 32 ชาติ ในการติดต่อกับรัฐบาล หน่วยงานราชการ และทางสายการบิน เขายังจะพยายามกระชับความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสกับประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบด้วย

นี่เป็นภาพการจำลองผู้โดยสารภายในเครื่องบิน สภาพเหตุการณ์ก่อนที่เครื่องบินตก


ภาพแรก : จะเห็นว่าหางเครื่องบินแตกและขาด สภาพของผู้โดยสารที่เห็นในภาพ เราพอจะใคร่ครวญพิจารณาว่า ภาพนี้เป็นภาพที่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่อีกไม่นาน.. เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ชีวิตของเขาทั้งหมดก็สิ้นสุดลง ทรัพย์สินสิ่งของที่รัก บุคคลอันเป็นที่รัก ก็ต้องพลัดพรากจากกันไปในที่สุด....!!!


ภาพที่สอง : จะมองเห็นผู้โดยสารคนหนึ่ง โดนลมดูดลอยออกไปนอกเครื่องบินด้วย นี่คือภาพแห่งความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นใคร คนนั้นจะรวย..จะยากจน.. จะเลว..จะดี..จะมีสภาพอย่างไร..ทุกคนก็ต้องมีสภาพอย่างนี้

ท่อออกซิเจนได้ถูกนำออกมาใช้ ใครๆ ที่นั่งเครื่องบิน จะพบกับการสาธิตของลูกเรือ ก่อนเครื่องบินจะออก แต่ใครล่ะ..จะมีโอกาสได้ใช้เจ้าพวกอุปกรณ์ช่วยชีวิตเหล่านี้ พวกเขาทั้งหมดที่เห็นนี้..ได้ใช้แล้ว ได้ใช้เป็นครั้งแรก...และครั้งสุดท้าย..ของชีวิตพวกเค้า..

ข้อคิดสกิดเตือนใจ : สำหรับพวกเราที่ยังไม่ตาย โปรดระลึกถึง "ความตาย" ไว้ทุกลมหายใจเข้าออก ก่อนที่จะพบกับสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...จริง หนีไม่พ้นกันทุกคนนะ..พี่น้อง เรามาฟังปีพาทย์มอญบรรเลงเพลง..ธรณีกันแสง..กันดีกว่า..พร้อมกับอ่านบทกลอนไปด้วยเน้อ..!!!






หนทางชนะตาย
ลองอยากตาย ใจสบาย บอกไม่ถูก
ไม่ต้องหนาว ถึงกระดูก นะสหาย
มีแต่ครื้น เครงใจ อยู่ไม่วาย
ไม่เห็นเป็น ภัยร้าย ในมรณา

สมัครตาย ยิ่งสบาย กว่านั้นไป
ไม่มีปัญ หาเหลือ เป็นเชื้อผวา
การจะอยู่ หรือจะตาย คล้ายกันนี่หว่า
ความชรา หรือเจ็บไข้ ไม่อาจรอ

ตายก่อนตาย ยิ่งสบาย ไปกว่าอีก
เป็นการล่ม จมสลาย ไม่เหลือหลอ
ทั้งของเรา ไม่อาจเกิด ประเสริฐพอ
ต่อนั้นหนอ ไม่มีใคร ที่ตายเอย




ตาย
ในโลกนั้นร่างหนึ่งซึ่งฉันรัก
เขานอนพักชีวีไม่มีตื่น
ฉันเรียกเขาเท่าไหร่ก็ไม่ฟื้น
ฉันสะอื้นอ่อนใจเขาไม่ฟัง

เคยกล้าแกล้วแล้วไยเขาไม่ขัด
ยอมถูกมัดกายาด้วยตราสัง
ฉันเคยเรียงเคียงสู้อยู่ทุกครั้ง
กลับมานั่งดูเขาถูกเผาไฟ

เคยชนะอุปสรรคมาหนักหนา
กลับต้องมาพ่ายแพ้เกินแก้ไข
เขาไปสู่ฟากฟ้าสุราลัย
ฉันอยู่ให้โหยถวิลเจียนสิ้นตาม

ยบะเยือกคราพญาโศกพิโยคย่ำ
เหมือนเสียงร่ำลาลับให้วับหวาม
เปลวเพลิงรุ่งพลุ่งโพลงแลบโลงลาม
แล้ววอดวามแวบสั่งครั้งสุดท้าย

ในที่สุดหยุดนิ่งทุกสิ่งสูญ
เพียงกองเก่าเกลื่อนเถ้าร่างเขาหาย
แม้นสุดอยู่สู้ชะตาเอกากาย
ฉันจะตายตามไปคงไม่นาน






"มองภาพเหตุการณ์ให้เป็นวิปัสสนาญาณ มองตัวเขา..แล้วน้อมเข้ามาหาตัวเรา"

ฆ่าหมกสาวใหญ่ ยัดศพใต้เตียง!คาคอนโดฯย่านสะพานใหม่

สาวใหญ่ถูกฆ่า - ห่อศพยัดใต้เตียง ในคอนโดฯ
ย่านสะพานใหม่ เจ้าหน้าที่คาดเป็นการฆ่าชิงทรัพย์



นางจิระพรรณ แเกมสะเตียม (ภาพเล็ก) ถูกฆ่ายัดศพไว้ใต้เตียง


พ.ต.ต.ธนพัตร สุขมีพนักงานสอบสวน สน.บางเขน รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดายในอาคาร รุ่งทรัพย์คอนโดทาวน์ สะพานใหม่ บางเขน พหลโยธิน 54 แขวงคลองถนน เขตสายไหม. กทม. ซึ่งภาย

ในห้องเลขที่ห้องเลขที่ 310 ชั้นที่ 3 พบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงตรวจสอบเอกสารทราบชื่อ นางจิระพรรณ แเกมสะเตียม อายุ 50 ปี ซึ่งสภาพศพถูกห่อด้วยผ้า พร้อมมัดเชือกอย่างแน่นหนา และยัดศพไว้ใต้เตียง โดย พ.ต.ต.ธนพัตร เปิดเผย

เบื้องต้น คาดว่าคนร้ายก่อเหตุฆ่าผู้ตายเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากผู้ตายค่อนข้างมีฐานะ มีสามีเป็นชาวต่างชาติ ขณะเกิดเหตุผู้ตายอยู่คนเดียว ส่วนทรัพย์สินที่หายไปอยู่ระหว่างตรวจสอบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามหาเบาะแสคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป



ข่มขืนฆ่าเปลือย สาวโอปะเรเตอร์ อีกคดีหญิงนิรนาม ถูกยิงหัว-หมกท่อ !


......สยองฆ่าสาวทิ้งน้ำ 2 รายซ้อน รายแรกถูกฆ่าเปลือย เข็มขัดรัดคอ-มัดขา ทิ้งศพลงสระน้ำในพื้นที่ก่อ สร้างรีสอร์ตใหม่ถูกฆ่าเปลือย ถูกเชือกรัดคอ-มัดขา ทิ้งศพไว้ในสระน้ำในพื้นที่ก่อสร้างรีสอร์ตใหม่ที่ยังรกร้าง ลักษณะส่อเป็นคดีฆ่าข่มขืน ตร.สอบพบผู้ต้องสงสัยทันควัน เป็นรปภ.ของพื้นที่ก่อสร้างนั่นเอง หายตัวไปกะทันหันหลังเกิดเหตุ

สามีเหยื่อระบุสาวผู้ตายเป็นโอปะเรเตอร์ หจก.แห่งหนึ่ง เวลาเลิกงานจะกลับบ้านค่ำๆ มืดๆ ต้องอาศัยเดินผ่านสถานที่ก่อสร้างรีสอร์ตที่เกิดเหตุเป็นประจำ อีกราย ยิงหัวสาวหมกในท่อระบายน้ำ ฆาตกรเอาแผ่นซีเมนต์ปิดฝาท่อทิ้งลงไปกดศพไว้ แต่ก็มีคนไปพบอยู่ดี ลักษณะถูกลวงมาฆ่าจากที่อื่น อาจเป็นพวกสาวคาราโอเกะหรือหมอนวดแผนโบราณ

เวลา 01.00 น. วันที่ 18 ก.ย. ร.ต.ท.ชาติชาย ไชยบุปผา ร้อยเวรสภ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งพบศพผู้หญิงลอยอยู่ในสระน้ำ ริมทางเข้าสถานที่ก่อสร้างบึงเทพยารีสอร์ต หมู่ 19 ต.ศาลาแดง รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เบื้องต้นพบว่าเป็นการฆาตกรรมมัดศพถ่วงน้ำเพื่ออำพรางคดี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นพ.ต.อ.ภิรมย์ ปรียากร ผกก. และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนมาร่วมตรวจสอบ

เมื่อนำศพขึ้นมาจากสระน้ำตรวจสอบว่าเป็นศพของนางชุลี แดงกูล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/1 หมู่ 22 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว สภาพศพท่อนล่างเปลือย ท่อนบนสวมเสื้อคอปกสีชมพู เสื้อยกทรงสีดำ แต่ถูกถลกขึ้นมาปิดใบหน้าและศีรษะ ส่วนกางเกงในสีชมพู ถูกถอดคาอยู่ที่น่องซ้าย ข้อเท้าทั้งสองข้างถูกมัดติดกันด้วยเชือกผ้าสีน้ำเงินเส้นใหญ่เท่านิ้วก้อย ยาวประมาณ 2 เมตร ปลายเชือกอีกด้านมัดติดอยู่กับกระสอบปุ๋ยสีขาว น้ำหนักประมาณ 30 ก.ก.

เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบแผ่นปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่บรรจุอยู่ 5 แผ่น และเมื่อเปิดเสื้อของผู้ตายออกจากศีรษะพบว่า ลำคอถูกรัดด้วยเข็มขัดหนังสีน้ำตาลจนแน่น ศีรษะและใบหน้าพบบาด

ที่มา - เว็บ news.buddyjob.com



ผ่าศพสาวพบสารเคมีกลิ่นแรง

แม่วอนหมอพิสูจน์หาเหตุไม่มั่นใจ ‘ยาฆ่าแมลง’ ในผัก หรือลูกกินยาลดความอ้วน


......สาวบริษัทเมืองกรุงเก่าดับปริศนา หลังกลับจากกินเลี้ยงสุกี้กับเพื่อนๆ พอเข้านอนตื่นเช้าแม่เจออุจจาระไหล-เลือดออกจมูกฟุบอยู่ในห้อง หามส่งโรงพยาบาลแต่สิ้นลม

เผยลูกแอบกินยาลดความอ้วนและเคยเสริมจมูกจนอักเสบ ติดใจสงสัยสาเหตุการตาย ส่งศพผ่าพิสูจน์ เบื้องต้นแพทย์ระบุเจอสารแปลกปลอมคล้ายยาฆ่าแมลงตกค้างในผัก หรือตัวยาที่ผสมในยาลดความอ้วน ต้องทดสอบหาชนิดในห้องทดลองต่อถึงฟันธงได้

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 13 ก.ค. พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ฉายแสงรัตน์ รอง ผกก. สส.สภ.อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งจาก รพ.ศุภมิตรเสนา ว่ามีผู้ป่วยหญิงมารักษาตัว

และเสียชีวิต ไปตรวจสอบทราบชื่อคือ น.ส.นพเกตุ บัวทอง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ญาติพบนอนอุจจาระไหลและมีเลือดไหลออกจากรูจมูกเล็กน้อยในห้องนอน จึงรีบหามส่ง รพ.

แต่สุดท้ายเสียชีวิตลงเมื่อประมาณ 2-3 ชั่วโมงที่ผ่านมา จึงติดใจสาเหตุการตาย แม้ไม่ใช่ถูกฆาตกรรม และต้องการส่งศพไปผ่าพิสูจน์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต จึงมอบให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ นำศพส่งไปผ่าพิสูจน์ตามความต้องการ

ที่มา - เดลินิวส์



ฆ่าโหดดญ.13 ศพหมกคลอง


......เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ร.ต.ท.สุวัฒน์ โพธิ์รี ร้อยเวร สภ.ปากคลองรังสิต อ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในคลองเปรมประชากร (หลังหมู่บ้านเมืองเอก) ซอยศาลเจ้าหงส์เต้ากง หมู่ 4 ต.บางพูน

จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผกก. พ.ต.ท.อริยะ พันธุฟัก รอง ผกก.สส. พญ.ปรียาพรรณ เพชรปราณี แพทย์เวรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปตรวจสอบ

พบศพเด็กสาววัยรุ่นอายุประมาณ 15-18 ปีสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้ม กางเกงขาสั้นสีฟ้า นอนคว่ำหน้าขึ้นอืดอยู่ในกอผักตบชวา เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯต้องใช้วิธีสอดแผ่นโฟมเข้าไปใต้ร่างก่อนจะชักลากดึง กลับเข้าฝั่งตรวจชันสูตร

พบบาดแผลบริเวณกลางแผ่นหลังเป็นรอยคล้ายถูกฟันด้วยของมีคม เสียชีวิตมาประมาณ 5-6 วัน ระหว่างชันสูตรพลิกศพ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยนายดำรงค์และนางสิริทรัพย์ ชมภูนุช ได้เข้ามาร่วมตรวจสอบพบว่า

ผู้เสียชีวิตคือ ด.ญ.วรรณวิศา ชมภูนุช หรือน้องเนย อายุ 13 ปีอยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 4 ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี บุตรสาวของนายดำรงค์และนางสิริทรัพย์ที่หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา

ที่มา - เว็บไทยรัฐ



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 14/6/09 at 16:02 Reply With Quote


ธรรมโอวาทเพื่อพระนิพพาน


หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง)

"พ่อสอนลูก"


พิจารณาความตาย

๑. เรื่องของความตายนี้ ทางพระท่านถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่ว่าใครทั้งสิ้นที่เกิดมาแล้ว ก็ต้องตายเหมือนกันหมด จะตายด้วยโรคอะไรหรืออาการอย่างไรในที่สุดก็ตายเหมือนกัน พระท่านสอนไม่ให้เสียใจเพราะเหตุแห่งความตายมาถึง คนรับฟังมีเยอะ แต่รับปฏิบัติ คือตัดใจไม่ให้เศร้าโศกถึงคนตายนี่หายาก

เรื่องของการระงับความเศร้าโศกอาลัย ในเมื่อมีคนที่เรารักตายนี้มันเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอย่างยิ่ง คนที่จะทำได้แน่นอนไม่มีอารมณ์หวั่นไหวในเรื่องของความตายนั้น ท่านว่ามีพระอรหันต์เท่านั้น ที่จะเห็นเรื่องของความตายเป็นของปกติธรรมดา

เหมือนเห็นใบไม้ที่แก่งอมร่วงลงมาจากต้นไม่มีความรู้สึกเสียดายห่วงใยใด ๆ ถ้าว่ากันตามภาษาชาวบ้าน ถ้ามีคนตายเกิดขึ้นที่บ้านใคร ถ้าคนที่เกี่ยวข้อง เช่น สามีหรือภรรยาของผู้ตาย ไม่ร้องไห้แสดงความเสียใจเขาก็หาว่าเป็นคนใจจืดใจดำ กลายเป็นคนไม่ดีไปเสียอีก ต้องแสดงออกถึงความโศกเศร้ารำพันนั่นแหละ เขาถึงจะนิยมว่าเป็นคนดีรักกันจริง เรื่องความเห็นของพระกับชาวบ้านไม่ใคร่จะลงกันก็อีตอนนี้แหละ

๒. คนเราเมื่อตายจากอัตภาพนี้แล้ว มันไม่ตายจริง คือไม่หมดความรู้สึกสุขทุกข์ยังมีสุขมีทุกข์มีความรู้สึกเหมือนเมื่อยังไม่ตาย แต่สิทธิต่าง ๆ ในเมื่อวิญญาณออกจากร่างนี้แล้วก็มีบางอย่างที่วิญญาณไม่มีสิทธิจะครองนั่นก็คือ ทรัพย์สินที่พยายามสะสมไว้ ตั้งแต่สมัยเมื่อยังทรงอัตภาพนี้ ส่วนอื่นนอกจากนี้ คือความสุขและความทุกข์ยังมีตามเดิม

บางท่านเมื่อก่อนตาย ทำความดีไว้มาก เมื่อตายแล้วก็มีความสุข บางรายก่อนตายสร้างความเลวร้ายไว้มาก เมื่อตายแล้วก็ได้รับความทุกข์อันนี้เป็นกฎของความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้

อริยสัจ

๑. เราเกิดมาเพื่อประสบกับความทุกข์ คนที่เกิดมาแล้วทุกคนจะไม่มีทุกข์เป็นไม่มีถ้าหากว่าเรายังยึดถือว่า ร่างกายเป็นของเรา ทรัพย์สินเป็นของเรา ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นของเราอารมณ์ทุกข์มันก็เกิด เกิดเพราะว่าเราเกาะ ที่เรียกว่าอุปาทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกธรรมแปดประการ คือ

มีลาภดีใจ ลาภสลายตัวไปเสียใจ มียศดีใจ ยศสลายตัวไปเสียใจ มีความสุขในกามดีใจ ความสุขหมดไปร้อนใจ ได้รับคำนินทาเดือดร้อน ได้รับคำสรรเสริญมีสุข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแนะนำให้พวกเราใช้อารมณ์คิดอยู่เสมอว่า ทุกข์นี้เป็นกฎธรรมดาของโลก ทุกอย่างเราทำงานตามหน้าที่

๒. สำหรับการที่เราเจริญพระกรรมฐาน ก็ต้องใคร่ครวญอยู่เสมอว่าเราเจริญพระกรรมฐานเพื่อต้องการความรู้เป็นเครื่องพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เพราะความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความเจ็บความตายเป็นทุกข์

ถ้าเรายังต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่อย่างนี้ เราก็มีแต่ความทุกข์เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏะ การเจริญสมถกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐาน เราทำเพื่อสิ้นความเกิด เพราะเราไม่ต้องการความทุกข์ต่อไปจงพิจารณาหาทุกข์ให้พอในอริยสัจจ์

พิจารณาขันธ์ ๕

๑. ให้พิจารณาว่า ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ ไม่มีในเรา โดยให้พิจารณาเป็นปกติ เมื่อเห็นว่าขันธ์ ๕ ป่วยก็รักษา เพื่อให้ทรงอยู่ แต่เมื่อมันจะพังก็ไม่ตกใจ หรือมันเริ่มป่วยไข้ก็คิดว่าธรรมดามันต้องเป็นอย่างนี้

เราจะรักษาเพื่อให้ทรงอยู่ ถ้าทรงอยู่ได้ก็จะอาศัยเพื่องานกุศลต่อไป ถ้าเอาไว้ไม่ได้มันจะผุพัง ก็ไม่มีอะไรหนักใจ ความทุกข์ก็เกิดแก่ตัวเองหรือใครอะไรก็ตาม ไม่ผูกจิตติดใจอย่างนี้ จนกระทั่งบรรลุอรหัตผล

๒. จิตต้องยึดเป็นอารมณ์ว่า ถ้าตายคราวนี้เรามุ่งนิพพาน ต้องคอยชำระจิต ก็หมายความว่าอย่าให้ความโลภคลุมใจ อย่าให้กามฉันทะมันคลุมใจ ความโกรธและโมหะอย่าให้คลุมใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหันเข้ามาตัดจุดเดียว คือ ขันธ์ ๕ ของเรา ตัดให้ขาด ทุกอย่างมันจะเกาะไม่ได้

สังโยชน์ ๑๐

๑. อารมณ์ที่จะพึงสนใจมากที่สุดหรือโดยตรงนั่นก็คือ สังโยชน์ ๑๐ ตัวตัดอยู่ตรงนี้เราจะทำอะไรก็ตาม ถ้าไม่สามารถจะตัดสังโยชน์ได้แม้แต่หนึ่ง ก็ไม่มีผลในการปฏิบัติ เหนื่อยมาเกือบตาย กิเลสก็ยังท่วมตัวอยู่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ไม่มีเวลากำจัดก็แย่ บางท่านก็มีความฉลาด เริ่มปฏิบัติไม่กี่วันก็สามารถกำจัดกิเลส เข้าถึงเขตแห่งความเป็นพระอริยเจ้าได้อันนี้เป็นกำไรมาก

๒. นักปฏิบัติเพื่อมรรคผล ที่ท่านปฏิบัติกันมาและได้รับผลเป็นมรรคผลนั้น ท่านคอยเอาสังโยชน์เข้าวัดอารมณ์เป็นปกติ เทียบเคียงจิตกับสังโยชน์ ว่าเราตัดอะไรได้เพียงใด แล้วจะรู้ผลของการปฏิบัติ ให้ปฏิบัติตามอารมณ์ที่ละนั่นเอง ไม่ใช่คิดเอาเองว่าเราเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ตามแบบคิดแบบเข้าใจเอาเอง

พระโสดาบัน

๑. ความเป็นพระโสดาบันต้องทรงคุณธรรม ๓ ประการ จำไว้ให้ดีเป็นของไม่ยากคือ

ประการที่ ๑ มีความเคารพใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จริง พระสงฆ์นี่เลือกเอาพระอริยสงฆ์นะ เพราะถ้าไม่ใช่พระอริยะ แกก็ไม่ค่อยแน่นัก ดีไม่ดีแกก็เลวกว่าชาวบ้านเขาก็มี

ประการที่ ๒ งดการละเมิดศีล โดยเด็ดขาด เรียกว่ารักษาศีลยิ่งกว่าชีวิต ศีล ๕ ประการนี้รักษาโดยเด็ดขาด

ประการที่ ๓ จิตใจของพระโสดาบัน มุ่งอย่างเดียวคือนิพพาน ขึ้นชื่อว่าทำความดีตั้งแต่ฟังเทศน์ปฏิบัติธรรม ลงไปถึงเทกระโถน ล้างส้วม ตั้งใจอย่างเดียว เราทำเพราะเมตตาปราณีแก่บุคคลทั้งหลาย ความดีนี้ไม่ต้องการผลตอบแทนจากบุคคลผู้ใด เราต้องการอย่างเดียวทำเพื่อผลของพระนิพพาน เพียงเท่านี้เขาเรียกว่า "พระโสดาบัน"

๒. คนที่เขาเป็นพระโสดาบัน เขาทรงอารมณ์แบบนี้คือปรารภความตายเป็นปรกติไม่ประมาทในชีวิตคิดว่าการเกิดมานี่ มันต้องตาย เมื่อคิดว่าจะต้องตายเขาก็ไม่ประมาท ไม่ยอมไปอบายภูมิ นั่นคือ

เคารพในพระพุทธเจ้าจริง เคารพในพระธรรมจริง เคารพในพระอริยสงฆ์จริงเป็นปกติ และก็มีศีล ๕ บริสุทธิ์ มีจิตต้องการพระนิพพานเป็นอารมณ์ การทำความดีทุกอย่าง ไม่หวังผลตอบแทนในปัจจุบัน คิดว่าผลความดีที่เราต้องการมีอย่างเดียวคือ พระนิพพาน เท่านี้เองความเป็นพระโสดาบัน

พระสกิทาคามี

๑. พระสกิทาคามี อารมณ์ทุกอย่างเหมือนพระโสดาบันทั้งหมด ตัดสังโยชน์สามเหมือนกัน แต่ว่ามีการบรรเทาความรักในระหว่างเพศ บรรเทาความร่ำรวย บรรเทาความโกรธ เมื่อสามอย่างนี้มันบรรเทาความหลงก็เลยบรรเทาด้วย กำลังใจของพระสกิทาคามี มีข้อสังเกตดังนี้

ประการที่หนึ่ง อารมณ์จะไม่มีความกำเริบในระหว่างเพศ จิตใจเยือกเย็นลงแต่ยังไม่หมด เบาลง

ประการที่สอง เรื่องความโลภ ความอยากรวย ความดิ้นรนของความอยากรวยเบาลง ความรู้สึกว่าพอเริ่มมี แต่การทำความดีความขยันหมั่นเพียรยังปรากฎ แต่ว่าจิตไม่ดิ้นรนเกินไป

สิ่งที่เราจะสังเกตได้ง่าย สำหรับพระสกิทาคามีนั่นก็คือ กำลังความโกรธลดลงมาก การถูกด่า ถูกนินทา โกรธเบา บางทีก็โกรธช้าไป

พระอนาคามี

๑. ถ้าจิตของบรรดาท่านพุทธบริษัทเข้าสู่พระอนาคามีมรรคได้มันเข้ามาเอง ทำไป ๆ จิตมันก็โทรมลงมา คือว่า จิตหมดกำลังในด้านความชั่ว ทรงความดีมากขึ้น มีความเบื่อหน่ายในเรื่องระหว่างเพศมีความสลดใจ คือถ้าจิตไม่มีความรู้สึกระหว่างเพศ อย่างนี้ท่านเรียกว่าพระอนาคามีมรรค

ถ้าหากว่าจิตเราไม่พอใจในศีล ๕ มีความพอใจในศีล ๘ แล้วก็มีความมั่นคงในศีล ๘ อย่างนี้ ท่านถือว่าเริ่มเข้าอนาคามีมรรค เรียกว่าเดินทางเข้าหาพระอนาคามีต่อไป ถ้าจิตมีความเบื่อหน่ายในเรื่องระหว่างเพศ คือถ้าหมดความรู้สึกก็ถือว่าเป็น พระอนาคามีผล

และต่อมาถ้าจิตลดจากความโกรธ ความไม่พอใจ ปฏิฆะ คืออารมณ์กระทบกระทั่งใจนิด ๆ หน่อย ๆ ความไม่พอใจการแสดงออกน่าจะมีสำหรับคนในปกครอง ถ้าทำไม่ดีต้องดุ ต้องด่า ต้องว่า ต้องลงโทษ อันนี้เป็นธรรมดา เป็นการหวังดี แต่ว่าเนื้อแท้จริง ๆ จิตคิดประทุษร้ายไม่มี เป็นการหวังดีแก่คนทุกคน คือตัดตัวปฏิฆะ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ถือว่าเต็มภาคภูมิของ พระอนาคามีผล

รวมความว่าจากพระสกิทาคามีแล้วจะเป็นพระอนาคามีก็คือ

• สังเกตว่าใจเราพอใจในศีล ๘ รักษาศีล ๘ ได้ครบถ้วนจริง ๆ

• จิตตัดอารมณ์ในกามารมณ์ได้เด็ดขาด ไม่มีความรู้สึก

• ตัดความโกรธ ความพยาบาทได้เด็ดขาดอย่างนี้เป็น พระอนาคามีผล


พระอรหันต์

๑. อารมณ์พระอรหันต์ นั่นคือจิตคิดว่าไม่หลงในรูปฌานและอรูปฌาน จิตไม่มีมานะการถือตัวถือตน จิตไม่มีอารมณ์ฟุ้งซ่านออกนอกรีดนอกรอย จิตไม่ติดในอวิชชา คือ ฉันทะกับราคะ ฉันทะความพอใจในมนุษย์โลก เทวโลกไม่มีราคะ จิตเห็นมนุษย์โลก เทวโลก พรหมโลกสวยไม่มี ไม่พอใจในสามโลก จิตพอใจจุดเดียวคือนิพพาน

นี่เป็นอารมณ์พระอรหันต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์พระอรหันต์ คือยอมรับนับถือกฎของธรรมดา ไล่ลงมาอีกทีนะจิตยอมรับนับถือกฎของธรรมดาว่า ธรรมดาคนเกิดมาแล้วต้องแก่ ต้องป่วย ต้องมีการพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจ คนเกิดมาแล้วต้องตาย ความปรารถนาไม่สมหวังย่อมมีแก่ทุกคน ถ้าทุกอย่างมันเกิดขึ้น ใจท่านไม่หวั่นไหว ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาแล้วก็จิตคิดว่าถ้าร่างกายนี้พังเมื่อไร ฉันไปนิพพานเมื่อนั้นใจสบาย

๒. ศีลเราบริสุทธิ์อยู่แล้ว สมาธิทรงตัวอยู่แล้ว วิปัสสนาญาณปลดเปลื้องร่างกายของเรา ร่างกายของบุคคลอื่น วัตถุธาตุ ขันธ์ ๕ คือร่างกาย อย่าไปเสียดายมัน มันจะพังเมื่อใดก็เชิญมันพัง เพราะใจเราพร้อมที่จะไปนิพพาน ตัวจิตบริสุทธิ์อยู่ที่นี่

๓. อรหัตผลนี่เป็นของไม่ยาก ก็ตัดกามฉันทะกับราคะ คือไม่สนใจกับร่างกายของเราด้วย ไม่สนใจกับร่างกายของบุคคลอื่นด้วย ไม่สนใจกับวัตถุธาตุในโลกทั้งหมด คิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ช้ามันก็สลายตัว ไม่มีอะไรดีสำหรับเรา เราไม่ถือว่ามันเป็นสรณะ เป็นที่พึ่งของเราและเราก็ไม่ถือวาทะของบุคคลอื่น ไม่ถืออารมณ์ของบุคคลอื่น ทำใจให้แช่มชื่น

คิดอยู่อย่างเดียวว่า ร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ทรัพย์สินในโลกไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา มันเป็นของกิเลส ตัณหา อุปาทาน มันพังเมื่อไรพอใจเมื่อนั้น ขึ้นชื่อว่าความเกิดมีขันธ์ ๕ ร่างกายอย่างนี้จะไม่มีสำหรับเรา ความเป็นเทวดาหรือพรหมจะไม่มีสำหรับเรา สิ่งที่เราต้องการคือนิพพานนี่แค่นี้เท่านั้นแหละ ไม่เห็นมีอะไรยากถ้าพูดกันแบบง่าย ๆ แต่ความจริงพูดกันมาเยอะ ทำอารมณ์ให้มันทรงตัวเถอะ มันก็ไม่ลำบากมันก็สำเร็จมรรค สำเร็จผล

ที่มา - www.kanlayanatam.com



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 23/3/10 at 16:03 Reply With Quote





webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved