ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 26/12/08 at 17:57 Reply With Quote

นิทานชาดก (เรื่องที่ 18) เภริวาทชาดก - ชาดกว่าด้วย "โทษของการไม่รู้จักประมาณ"


นิทานชาดกนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ "พระพุทธเจ้า" ขณะที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์ได้บำเพ็ญพระบารมีมาในแต่ละชาติ จะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แล้วได้ตรัสเล่าบุพกรรมเหล่านี้ ซึ่งมีมาในพระไตรปิฎกมากมายหลายเรื่อง ในตอนนี้ จะขอนำการ์ตูนเรื่องที่ 18 ชื่อว่า "เภริวาทชาดก" (อ่านว่า เภริวาทะชาดก) จึงขออนุโมทนา "video.th.msn.com" ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

เภริวาทชาดก : ชาดกว่าด้วย "โทษของการไม่รู้จักประมาณ"




มูลเหตุที่ตรัสชาดก

...........ครั้งหนึ่ง เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับ ณ เชตวันมหาวิหาร ทรงทราบว่าพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นคนว่านอนสอนยาก จึงตรัสเรียกพระภิกษุรูปนั้นมาซักถาม ครั้นภิกษุรูปนั้นยอมรับแล้ว สมเด็จพระบรมศาสดาจึงทรงตำหนิแล้วทรงระลึกชาติแต่หนหลังด้วยบุพพเพนิวาสานุสติญาณ ทรงนำ "เภริวาทชาดก" มาตรัสเล่าดังนี้





เนื้อความของชาดก

.....ในอดีต สมัยเมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติกรุงพาราณสี ทรงโปรดให้มีงานนักขัตฤกษ์เป็นประจำทุก ๆ ปี ครั้งหนึ่งสองพ่อลูกนักตีกลอง ได้ชวนกันไปแสดงการตีกลองในงานนี้ ด้วยฝีไม้ลายมือการตีกลองของพ่อลูกทั้งสอง ครึกครื้น เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ชมมาก

......นอกจากนี้ เขาทั้งสองยังแสดงท่าร่ายรำประกอบการตีกลองได้แปลกตา ประทับใจ ไม่ว่าจังหวะกลองจะเป็นเช่นไรก็ตาม ดังนั้นทุกครั้งที่สิ้นเสียงกลองผู้ชมจะปรบมือกันกราวใหญ่พร้อม ๆ กับเงินเหรียญมากมายที่มอบให้เขาสองพ่อลูก

.....ทั้งสอง แสดงการตีกลองไปตลอดคืน จนกระทั่งงานเลิกก็สะพายกลองและถุงย่ามใบใหญ่ที่ใส่เงินกลับบ้าน ลูกชายวัยรุ่นยังไม่หายครึ้มอกครึ้มใจ จึงรัวกลองตีกระหน่ำมาตามทางด้วยความคะนอง หนทางกลับบ้านของทั้งสองพ่อลูกเป็นทางเปลี่ยว ต้องเดินลัดป่าผ่านเข้าไปในดงโจรไม่มีทางหลีกเลี่ยง พ่อจึงเตือนลูกว่า

.....“ เมื่อเจ้าอยากตีกลองก็ตีไปเถิด พ่อไม่ห้าม แต่ให้เลือกตีแต่จังหวะเพลงที่ใช้ในขบวนพิธี และตีเป็นระยะ ๆ อย่าตีกระหน่ำพร่ำเพรื่อ พวกโจรจะได้หลงเข้าใจว่ากำลังมีเจ้านาย หรือคนใหญ่คนโตเดินทางผ่านมาจะได้รีบหนีไปเสียไกลๆ”

.....ลูกชายได้ยินพ่อพูดห้ามปรามแล้ว แต่ก็ไม่เชื่อฟังกลับพูดอวดดีว่า “ พ่ออย่ากลัวไปหน่อยเลย ฉันจะกระหน่ำกลองให้พวกมันเตลิดหนีไปทั้งหมดทีเดียว ” ว่าแล้วก็กระหน่ำตีกลองต่อไป แต่เนื่องจากยังเกรงใจพ่ออยู่บ้าง ในคราวแรกจึงตีจังหวะที่พ่อบอก

.....พวกโจรในย่านนั้น ได้ยินเสียงกลองในจังหวะที่ใช้สำหรับตีประโคมเวลาเจ้านายเดินทางก็ตกใจ กลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ตามมาในขบวนจะมองเห็นพวกตน จึงซ่อนตัวอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าโผล่หน้าออกมา

.....แต่ครั้งเวลาผ่านไปสักครู่ ลูกชายรู้สึกเบื่อหน่ายจักหวะกลองที่ซ้ำ ๆ อย่างนั้น จึงพลิกแผลงตีจังหวะอื่น ๆ ที่สนุกสนาน ระทึกใจ เสียงกลองดังลั่นไปทั่วป่าไม่มีเว้นระยะเลย

.....พวกโจรซุ่มฟังอยู่ ได้ยินเสียงกลองจังหวะโลดโผนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนั้นก็เฉลียวใจ คิดว่าคงจะไม่ใช่กลองในขบวนเกียรติยศของเจ้านายเสียแล้ว จึงได้สะกดรอยตามดู ครั้งเห็นมีเพียงสองพ่อลูกเดินอยู่ในป่าตามลำพัง โดยมีลูกชายตีกลองเล่นอยู่ก็โกรธจึงพากันวิ่งกรูเข้ามารุมทุบตีสองพ่อลูกเสียสะบักสะบอม ฐานที่หลอกให้หลงเข้าใจผิด แล้วฉวยเอาถุงยามใส่เงินและทรัพย์สินติดตัวไปจนหมดเสียอีกด้วย

.....เมื่อพวกโจรกลับไปหมดแล้ว ผู้เป็นพ่อก็ค่อย ๆ พยุงร่างกายที่บอบช้ำ คลานเข้าไปหาลูกชายซึ่งมีสภาพเดียวกัน แล้วกล่าวสั่งสอนด้วยเสียงอันสั่นเครือกระท่อนกระแท่นว่า

.....“ กลองนั้นตีดี ๆ ก็มีประโยชน์ แต่ไม่ควรตีกระหน่ำไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ เพราะถ้าตีพร่ำเพรื่อคึกคะนองเกินไป ก็จะก่อให้เกิดเรื่องเลวร้าย เงินทองวอดวาย เกือบถึงตายอย่างวันนี้ ” แล้วพากันซมซานกลับบ้านไปด้วยความยากลำบากแสนสาหัส

ประชุมชาดก

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส เภริวาทชาดก จบแล้วทรงประชุมชาดกว่า
ลูกชาย ในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุผู้ว่ายาก
บิดา ได้มาเป็นพระองค์เอง


ข้อคิดจากชาดก

.....๑. คำตักเตือนสั่งสอนของผู้ใหญ่ ย่อมมีคุณค่าควรแก่การรับฟังเพราะผู้ใหญ่ผ่านโลกมามาก ย่อมมองเห็นการไกล คาดคะเนอะไรมักไม่พลาด ผู้ใหญ่ที่ดี ๆ มีคุณธรรม ย่อมชักนำเราไปสู่ความสำเร็จ

.....๒. การทำอะไรตามใจตัวเอง ทำตามความคึกคะนอง ไม่รู้จักประมาณ ไม่คำนึงถึงกาลเทศะ ยอมเกิดโทษแน่นอน



ที่มา - kalyanamitra.org




kittinaja
Super Administrator
*********
Posts: 192
Registered: 10/2/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved