ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 29/12/08 at 22:09 Reply With Quote

พระราชดำรัสเนื่องในวันปีใหม่ และทรงพระราชทาน ส.ค.ส. ปีใหม่ 2559


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส. 2559 แก่ชาวไทย



........."ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน ส.ค.ส. ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2559 ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ครึ่งพระองค์ ฉลองพระองค์เชิ้ตด้านใน ฉลองพระองค์คลุมสีขาว ปักภาพคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง

กลางภาพ ส.ค.ส. มีพรพระราชทานว่า "ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ"

ด้านบนของ ส.ค.ส.มีขอความว่า "สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙" พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีม่วง มีตราพระมหาภิไชยมงกุฏ และผอบทองประดับ

ด้านล่างของภาพมีรูปลิง สัญลักษณ์ปีนักษัตรปีวอกสีฟ้า มีข้อความภาษาไทยพิมพ์ด้วยอักษรสีเขียวว่า "ขอจงมีความสุขความเจริญ" และข้อความภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเหลืองว่า "Happy New Year"

ด้านล่างของ ส.ค.ส. มีแถบสีฟ้ามุมด้านล่างซ้ายมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 311502 ธ.ค.2558 มุมด้านขวามีข้อความว่า "มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิลา ๒๕๕๘"

กรอบของ ส.ค.ส.พระราชทานฉบับนี้เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านละ 2 แถว รวม 396 หน้า ทุกใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม“

- ส.ค.ส. พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2559

- วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2558


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชดำรัสเนื่องในวันปีใหม่ 2559



นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส แด่ปวงชนชาวไทย เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ ว่า

".......บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุก ๆ คน ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา

ความสุขความเจริญนี้แม้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง แต่ในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความสมหวังและผิดหวังเป็นปรกติธรรมดา ทุกคนจึงต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมการให้พร้อม อย่าประมาท ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้รักษาและสร้างเสริมสุขภาพของตนให้สมบูรณ์ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ จักได้สามารถนำพาตนให้ผ่านพ้นสถานการณ์ต่าง ๆ อันไม่พึงประสงค์ จนบรรลุถึงความสุข ความเจริญ และความสำเร็จได้ดังที่ตั้งใจปรารถนา

ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน"



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 2/1/09 at 16:28 Reply With Quote




พระราชดำรัสเนื่องในวันปีใหม่ 2558



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพรปีใหม่ให้แก่ปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสปีใหม่ พุทธศักราช 2558 ความว่า

.........ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ให้มีความสุข ความเจริญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารภปรารถนา

ในปีใหม่นี้ขอให้ประชาชนชาวไทยตั้งใจเที่ยงตรงแน่วแน่ ไม่ว่าจะทำการสิ่งใด ให้คิดให้ดี ให้รอบคอบและรอบด้าน เพื่อให้การกระทำนั้น บังเกิดผลเป็นความสุขความเจริญที่แท้จริงและยั่งยืน ทั้งแก่ตนเองและประเทศชาติ

ขออานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีความสุขสวัสดี พร้อมด้วยพรอันเป็นมงคลทุกประการ

คลิปข่าว - สำนักข่าวไทย



พระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส. ประจำปี 2558



ในหลวงพระราชทาน ส.ค.ส.พระมหาชนก ประจำปี 2558

.....วันที่ 31 ธ.ค.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบัตรอวยพร ส.ค.ส. พุทธศักราช 2558 "พระมหาชนก" แก่ปวงชนชาวไทย

บัตรอวยพร ส.ค.ส. พุทธศักราช 2558 พระมหาชนก

"ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์"
ขอจงมีความสุขความเจริญ HAPPY NEW YEAR
]

ทั้งนี้ ส.ค.ส.พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2558 นี้ เป็นภาพจากพระราชนิพนธ์พระมหาชนกการ์ตูนในเหตุการณ์ขณะที่เรือกำลังแล่นไปสุวรรณภูมิล่ม พระมหาชนกต้องอดทนว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรนานถึง 7 วัน 7 คืน และนางมณีเมขลาได้มาอำนวยพรให้

กลางภาพ ส.ค.ส.มีพรพระราชทานพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ว่า[color=blue] ขอให้ทุกคนมีความเพียรที่บริสุทธิ์ปัญญาที่เฉียบแหลมกำลังกายที่สมบูรณ์


ด้านล่างของภาพข้อความภาพขวามีข้อความภาษาไทย ขอจงมีความสุขความเจริญ และข้อความภาษาอังกฤษ พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีขาว ว่า HAPPY NEW YEAR และชื่อพระราชนิพนธ์พระมหาชนก The Story of MAHAJANAKA

ด้านซ้ายบนของ ส.ค.ส.มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎและผอบทองประดับ มีตัวอักษรสีเหลือง พร้อมข้อความว่า ส.ค.ส.2558 และตัวอักษรสีขาวข้อความว่า สวัสดีปีใหม่

ด้านล่างของ ส.ค.ส.มีแถบสีเขียวเข้ม มุมล่างซ้ายมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 301021 ธ.ค.2557 มุมด้านขวาข้อความมหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิรา 2557 กรอบของ ส.ค.ส.พระราชทานฉบับนี้เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านบนด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ 2 แถว ส่วนด้านล่างเรียงกัน 3 แถว ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม

ขอบคุณ - thairath.co.th




พระราชดำรัสเนื่องในวันปีใหม่ 2557



เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. เนื่องในวาระวันขึ้นปีใหม่ ปีพุทธศักราช 2557 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำรัสอวยพรปีใหม่ให้แก่ประชาชนชาวไทย มีใจความดังนี้

.......ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ให้มีความสุขความเจริญและความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา ความปรารถนาของทุกๆคนคงไม่แตกต่างกันนักคือ ต้องการให้ตนเองมีความสุขความเจริญและให้บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็น

ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มกำลัง ข้อสำคัญ จะคิดจะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ งานของตนและงานของชาติจะได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้องเที่ยงตรง ไม่ติดขัดและบรรลุถึงประโยชน์เป็นความสุขความเจริญและความสงบร่มเย็น ดังที่ทุกคน ตั้งใจปรารถนา

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน

ขอบคุณ - posttoday.com



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 28/12/09 at 14:33 Reply With Quote




พระราชดำรัสเนื่องในวันปีใหม่ 2556

ณ โรงพยาบาลศิริราช





........พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2556 ณ โรงพยาบาลศิริราช เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 ม.ค.2556 ความว่า

"ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งมอบความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุกคนให้มีความสุขมีความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านเป็นอย่างมากที่พรั่งพร้อมกันมาให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้าในคราววันเกิด ด้วยความหวังดี จากใจจริง น้ำใจไมตรีจิตที่ทุกคนทุกฝ่าย แสดงออกในวันนั้น ยังประทับอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้าไม่รู้ลืม

ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้ายังปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นคนไทยได้ทำจิตทำใจให้มั่นคงอยู่ในความเมตตา และหวังดีต่อกัน ดูแลเอาใจใส่กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้กำลังใจแก่กันและกัน ผูกพันกันไว้อย่างญาติและฉันมิตร ทุกคนทุกฝ่าย ก็ได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์ความสุขความเจริญมั่นคงให้แก่ตนและชาติได้ ดั่งที่ตั้งใจปรารถนา ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากโรคภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน"




ในหลวงพระราชทานพรวันปีใหม่ 2555

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเนื่องในวาระวันขึ้นปีใหม่ว่า "ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่ร่วมกันจัดงานฉลองอายุครบ 7 รอบ ให้อย่างเหมาะสมงดงาม

ระหว่างปีที่แล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมืองนับว่าเป็นปรกติดี แต่พอเข้าปลายปี ก็เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้ประชาชนหลาย จังหวัด ต้องประสบอันตรายและความเดือดร้อนลำบาก ความเสียหายครั้งนี้ ดูจะร้ายแรงกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา ข้อนี้ น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจอย่างสำคัญ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้หลายครั้งแล้วว่า วิถีชีวิตของคนเรานั้น จะต้องมีทุกข์ มีภัย มีอุปสรรค ผ่านเข้ามาเนืองๆ ไม่มีผู้ใดจะอยู่เป็นปรกติสุขอย่างเดียวได้ ทุกคนจึงต้องเตรียมกายเตรียมใจ และเตรียมการไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อเผชิญและป้องกันแก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนต่างๆ ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยสามัคคีธรรม

ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ประชาชนชาวไทยได้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท โดยมีสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใด ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปให้ทันการณ์ทันเวลา ผลงานทั้งนั้น จะได้ส่งเสริมให้แต่ละคนประสบแต่ความสุขความเจริญ และทำให้ชาติบ้านเมืองดำรงมั่นคงและก้าวหน้าต่อไปด้วยความผาสุกสวัสดี

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน"

credit :: khaosod.co.th



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 1/1/10 at 09:06 Reply With Quote




ส.ค.ส. พระราชทาน จาก.."พ่อแห่งแผ่นดิน"

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 - 2557




เชื่อว่าชนชาวไทยทุกท่าน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี คงตั้งตารอชื่นชม ส.ค.ส. พระราชทานของพ่อหลวงนะค่ะ ส.ค.ส. พระราชทาน เป็นบัตรส่งความสุข ซึ่งพระองค์ทรงประดิษฐ์ขึ้นด้วยพระองค์เอง เพื่อพระราชทานให้แก่ชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่เป็นประจำทุกปี ในวันสิ้นปี 31 ธันวาคม ของทุกปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพร เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์ทุกสถานี ยังทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจ มาปรุแถบโทรพิมพ์ พระราชทานพรปีใหม่ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงาน โดยทรงใช้รหัสแทนพระองค์ว่า กส.9 เช่นเดียวกับที่ทรงใช้ติดต่อทางวิทยุสื่อสาร ทรงระบุท้ายโทรพิมพ์ว่า กส.9 ปรุ

ส.ค.ส. พระราชทานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยทรงพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ขาวดำ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โทรสารพระราชทานไปหน่วยงานต่าง ๆ โดยข้อความใน ส.ค.ส. พระราชทาน แต่ละปี จะประมวลขึ้นจากเหตุการณบ้านเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ประเทศไทยต้องประสบ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ในปีต่อ ๆ มา หนังสือพิมพ์รายวัน ได้นำลงตีพิมพ์ ในฉบับเช้าวันที่ 1 มกราคม เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้ชื่นชมอย่างทั่วถึง

นับแต่ทรงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประดิษฐ์ ส.ค.ส. พระราชทาน ทรงเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายของ ส.ค.ส. พระราชทาน เป็น ก.ส. 9 ปรุง เนื่องจากทรงเปลี่ยนจากการ "ปรุ" ด้วยโทรพิมพ์ เป็นการ "ปรุง" ด้วยคอมพิวเตอร์ ถัดจากนั้น จะทรงระบุวันและเวลาที่ทรงประดิษฐ์ขึ้น เป็นรูปแบบเฉพาะ



ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2530
พระราชทานเป็นปีแรก ทรงยังใช้คำว่า "กส. 9 ปรุ"




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2531
ทรงสอนให้ทุกคนคิดและทำในสิ่งที่ดี เพื่อให้บังเกิดแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2532
ทรงให้นิยาม 4 ประการของความสุข ว่าคือความปรารถนาดีต่อกัน ความอนุเคราะห์ ความยินดี ความสงบ




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2533
ทรงให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีสติ และปัญญา




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2534
ทรงชี้ให้คนไทยใช้ความเพียร อดทน สติ และปัญญา




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2535
ทรงให้คนไทยมุ่งทำวันนี้ให้ดีที่สุด




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2536
ทรงเน้นเรื่องการมองปัญหาให้ชัดเจนและตรงจุด การมีสติ คิดและทำอย่างสร้างสรรค์




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2537
ทรงกล่าวถึงโครงการพระราชดำริ เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2538
ทรงให้ข้อคิดในการร่วมมือกันทำงาน เกี่ยวกับการพูด การฟัง




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2539
ทรงให้คนไทยตั้งมั่นอยู่ในความสมดุลในการแก้ปัญหา และการประสานประโยชน์เพื่อประเทศชาติ




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2540
ทรงกล่าวถึงพลังความคิด และให้คติในการพูด การคิด และการทำ




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2541
ทรงพระราชทานกำลังใจ ในการต่อสู้วิกฤตเศรษฐกิจ




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2542
ทรงให้คนไทยมีความเพียร เช่นเดียวกับพระมหาชนก
และทรงเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า เป็นทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2543
ทรงกล่าวถึงการเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ และให้มองโลกในแง่ดี




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2544
ทรงให้ทบทวนบทเรียนจากอดีต เพื่อเตรียมตัวฟันฝ่าปัญหาในอนาคต
และตั้งมั่นอยู่ในความดี และความสุจริตใจ




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2545
ทรงกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้ง ขัดแข้งขัดขากัน และให้แก้ปัญหาโดยใช้หัว
คือสมอง ควบคุมทุกส่วนของตัว รวมทั้งขอให้อยู่ในระเบียบ




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2546
ทรงกล่าวถึงสุนัขทรงเลี้ยง ว่าเป็นเพื่อนที่ดี




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2547
ทรงกล่าวถึงเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ภายหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544
ทรงให้คนไทยมีความรักสามัคคีกัน


<< พ.ศ. 2548 >>
ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้พระราชทาน ส.ค.ส.
เนื่องจากเกิดเหตุคลื่นสึนามิซัดเข้าชายฝั่งทะเลอันดามันอย่างรุนแรง
จากการเกิดแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย


ส.ค.ส. พระราชทานตั้งแต่ พ.ศ. 2549
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นภาพสี
นอกจากนี้ คำลงท้ายของ ส.ค.ส. พระราชทาน ตั้งแต่ปีดังกล่าวเป็นต้นมา จะมีข้อความ
"พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad, D.Brahmaputra,
Publisher"(ใน ส.ค.ส. ปี 2549) และ "Printed at the Suvarnnachad Publishing, C.Brahmaputra, Publisher" (ใน ส.ค.ส. ปี 2550)




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2549
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์สีเขียว
มีภาพปักรูปคุณทองแดงที่กระเป๋าด้านซ้าย ทรงฉายคู่กับคุณทองแดง




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2550
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงฉายคู่กับคุณทองแดง และสุนัขทรงเลี้ยง ที่เป็นเหลนของคุณทองแดงอีก 9 สุนัข




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2551
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดปกติขาว
ทรงฉายคู่กับคุณทองแดง และสุนัขทรงเลี้ยง ที่เป็นเหลนของคุณทองแดงอีก 4 สุนัข




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2552
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดสูทสีเทา
ทรงฉายคู่กับสุนัขที่ทรงเลี้ยง 2 สุนัข




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2553
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดปกติสีชมพู
ทรงฉายคู่กับสุนัขที่ทรงเลี้ยง คือ "คุณทองแดง"




ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2554

เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์สากลสีครีมผ้าปักพระกระเป๋าเป็นผ้าลายริ้วสีเหลืองสลับเทา ฉลองพระองค์ชั้นในเป็นเชิ้ตขาว ทรงผูกเนคไทลายริ้วสีเหลืองสลับเทาประทับบนพระเก้าอี้

ด้านข้างพระเก้าอื้ที่ประทับทั้งสองข้างมีโต๊ะสูงโต๊ะด้านซ้ายวางแจกันแก้วก้านสูงปักดอกไม้หลากสี โต๊ะด้านขวาวางแจกันแก้วขนาดเล็กปักดอกไม้หลากสีเช่นกันทรงฉายกับสุนัขทรงเลี้ยง 2 สุนัข หรือคุณทองแดงที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2541 หมอบอยู่หน้าพระเก้าอี้ด้านขวาและคุณทองแท้ที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2542 หมอบอยู่หน้าพระเก้าอี้ด้านซ้าย

ด้านหลังพระเก้าอื้ที่ประทับเป็นม่านสีเทาอ่อนมีแจกันดอกไม้ขนาดใหญ่ปักดอกกุหลาบ และดอกไฮเดรนเยียหลากสีตั้งอยู่ 2 แจกัน แจกันด้านซ้ายมีตราพระมหาพิชัยมงกุฎประดับอยู่ ส่าวนแจกันด้านขวาผอบทองประดับอยู่ถัดไปด้านหลังทั้งสองด้านมีกระถางไม้ประดับตั้งอยู่ มุมบนซ้ายมีตัวอักษรสีเหลืองข้อความว่า

ส.ค.ส. สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ มุมบนด้านขวามีข้อความภาษาอังกฤษ Happy New Year 2011

ด้านล่างของ ส.ค.ส. มีข้อความเป็นตัวหนังสือพิมพ์ด้วยสีน้ำเงินว่า ขอจงมีความสุขความเจริญ มุมล่างขวามีข้อความ ก.ส. 9 ปรุง 121923 ทค. 53 พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร,ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา Printed at the Suvarnnachad publishing, D Bramaputra, Publisher (กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้เป็นภาพใบหน้าคนเล็ก ๆ เรียงด้านละ 3 แถวทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม)



ส.ค.ส. พระราชทาน ประจำปี 2555 "ทรงให้พร มีสติ ไม่ประมาท"

เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์สากลสีเทาลายริ้วสีอ่อน ปกด้านซ้าย ทรงประดับเข็มเครื่องหมายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มูลนิธิที่พระราชทานกำเนิดและทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภก ทรงผูกเนคไทสีแดงมีลวดลายสีทอง เข้าชุดกับผ้าปักพระกระเป๋า ฉลองพระองค์ชั้นในเป็นเชิ้ตสีขาว ประทับบนพระเก้าอี้ ด้านข้างพระเก้าอี้ที่ประทับทั้งสองข้าง มีโต๊ะกลม โต๊ะด้านขวาวางแจกันแก้วขนาดเล็กปักดอกไม้หลากสี ทรงฉายกับสุนัขทรงเลี้ยง คือ คุณทองแดงที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2541 สวมเสื้อสีทอง หมอบอยู่แทบพระบาท หน้าพระเก้าอี้ด้านซ้าย

ด้านหลังพระเก้าอี้ที่ประทับตกแต่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับด้านซ้ายมีระแนงไม้สีขาวประดับอักษรสีชมพูข้อความภาษาไทยว่า สวัสดีปีใหม่ และข้อความภาษาอังกฤษว่า Happy New Year ด้านขวามีต้นสนประดับเครื่องตกแต่ง ฉากหลัง เป็นผ้าม่านสีเทาอ่อน ด้านซ้ายบน มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎประดับ ส่วนด้านขวามีผอบทองประดับ

ตรงกลาง ส.ค.ส. ด้านขวา มีข้อความจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก พิมพ์ด้วยสีเหลืองขอบสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นคำตอบที่พระมหาชนกทรงตอบนางมณีเมขลาว่า "ถึงจะมองไม่เห็นฝั่ง เราก็ต้องพยายามว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร โภคะทั้งหลาย มิได้สำเร็จด้วยเพียงคิดเท่านั้น" ทรงเตือกสติให้คนไทยทั้งหลายมีความเพียร เช่นเดียวกับพระมหาชนก ที่ทรงอดทนว่ายน้ำในมหาสมุทรด้วยความเพียร จดรอดชีวิต ประโยชน์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดจากการกระทำ ไม่ได้เกิดแค่เพียงคิด

ตรงกลาง ส.ค.ส. ด้านซ้าย มีข้อความภาษาไทยพิมพ์ด้วยสีชมพูขอบสีเหลืองว่า ขอจงมีความสุขความเจริญ 2555 และข้อความภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วยสีแดงขอบสีเหลือง ว่า Happy New Year 2012 ด้านล่างของ ส.ค.ส. มุมล่างขวา มีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 185029 ธ.ค. 54 พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad, D Bramaputra, Publisher

กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ 3 แถว ส่วนด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละ 2 แถว ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม


ในหลวงพระราชทาน ส.ค.ส. ประจำปี 2556



ในหลวงพระราชทาน ส.ค.ส.แก่พสกนิกรชาวไทย ทรงพิมพ์ข้อความ ขอจงมีความสุขความเจริญ HAPPY NEW YEAR พร้อมข้อความว่า เมตตาเป็นคุณธรรมนำความสุข

....... เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส. ปีพุทธศักราช 2556 แก่ประชาชนชาวไทย โดยส.ค.ส.พระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2556 นี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เชิ้ตลำลองสีฟ้า มีลายเส้นสีชมพูและสีฟ้าเข้มพาดตัดกัน พระสนับเพลาสีดำ และฉลองพระบาทสีดำ ประทับบนพระเก้าอี้ ด้านขวาของพระเก้าอี้ที่ประทับ มีโต๊ะกลม วางพระบรมฉายาลักษณ์ครอบครัว และเชิงเทียนแก้ว ทรงฉายกับสุนัขทรงเลี้ยง คือ คุณทองแดงที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2541 สวมเสื้อสีทอง หมอบอยู่แทบพระบาทด้านขวา และคุณมะลิ แม่เลี้ยงคุณทองแดง สวมเสื้อสีทอง หมอบอยู่แทบพระบาทด้านซ้าย

ด้านหลังพระเก้าอี้ที่ประทับ ตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้หลากสี ด้านขวาบน มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎประดับ ส่วนด้านซ้ายมีผอบทองประดับ ด้านล่างของผอบทองมีตัวอักษรสีทอง ข้อความว่า ส.ค.ส. พ.ศ. ๒๕๕๖ สวัสดีปีใหม่ และตัวอักษรสีขาว ข้อความว่า ขอจงมีความสุขความเจริญ HAPPY NEW YEAR ด้านขวา ใต้ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ มีข้อความพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเหลือง ข้อความว่า “ความเมตตาเป็นคุณธรรมนำความสุข ช่วยปลอบปลุกปรุงใจให้หรรษา ความกตัญญูรู้คุณผู้เมตตา ทวีค่าของน้ำใจไมตรีเอย”

ด้านล่างของ ส.ค.ส. มีแถบสีม่วงเข้ม มุมล่างขวา มีข้อความ ก.ส. 9 ปรุง 181122 ธค.55 พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad, D Bramaputra, Publisher

กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ 3 แถว ส่วนด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละ 2 แถว ทุกหน้า มีแต่รอยยิ้ม


แน่นอนว่าในโอกาสขึ้นปีใหม่ ในปีนี้ ชนชาวไทยทุกคนก็คงรอชื่นชม ส.ค.ส. พระราชทาน เหมือนดังเช่นทุกปี เพื่อเป็นแรงใจและกำลังใจ และศิริมงคลของชีวิตแก่ตนเอง


ในหลวงพระราชทาน ส.ค.ส. ประจำปี 2557



ส.ค.ส. พระราชทานพรปีใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2557 แก่ประชาชนชาวไทย

......ส.ค.ส.พระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2557 นี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์สากลสีน้ำเงินเข้ม ทรงผูกเนคไทสีเขียวอ่อน มีลวดลาย เข้าชุดกับผ้าปักพระกระเป๋า ฉลองพระองค์ชั้นใน เป็นเชิ้ตขาว ฉลองพระบาทสีดำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระเก้าอี้สีขาวหน้าพระแกล หรือหน้าต่าง ณ พระ ตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล หัวหิน ทรงฉายกับคุณทองแดง สุนัขที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2541 สวมเสื้อสีเหลือง หมอบอยู่แทบพระบาทด้านขวา

ด้านขวาบน มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎประดับ ส่วนด้านซ้ายมีผอบทอง ประดับ ด้านล่างของผอบทอง มีตัวอักษรสีเหลือง ข้อความว่า
ส.ค.ส. ๒๕๕๗ และตัวอักษรสีส้ม ข้อความว่า สวัสดีปีใหม่

ด้านขวา ใต้ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ มีข้อความภาษาไทย พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีฟ้าว่า ขอจงมีความสุขความเจริญ และข้อความภาษาอังกฤษ พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเขียวเข้มว่า HAPPY NEW YEAR 2014

ด้านล่างของ ส.ค.ส.มีแถบสีเขียวเข้ม มุมล่างขวา มีข้อความ ก.ส. 9 ปรุง 060931 ธค.56 พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad Publishing , D Bramaputra , Publisher

กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ 3 แถว ส่วนด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละ 2 แถว ทุกหน้า มีแต่รอยยิ้ม

ข้อมูลที่มา - http://namnoi.go.th
ภาพที่มา - http://mblog.manager.co.th


<< กลับสู่สารบัญ



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 4/12/10 at 10:55 Reply With Quote




งานพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติ "ในหลวง" ครบ 82 พรรษา

เมื่อวันที่ 5 - 13 ธันวาคม 2552


การแสดง 4D Visual Light & Sound
ชุด "พ่อ...The Greatest Of The King The Greeting Of the Land
ตั้งแต่วันที่ 6 - 13 ธันวาคม 2552
(ขอบคุณ rsunews.net)



ข่าวล่าสุด 09-12-52: นายเนวิน ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันพ่อ The Greatset of the Kings The Greetings of the Land ระหว่างวันที่ 5 - 13 ธ.ค.นี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข่าวดีที่จะแจ้งให้กับประชาชนคนไทยทุกคนได้รับทราบว่า

วันนี้ (9 ธ.ค.) นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานฯได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ทรงท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานซีดีการแสดง และภาพยนตร์ประกอบเพลง รวมทั้งภาพยนตร์เรื่อง "พ่อ...The Greatset of the Kings The Greetings of the Land " (ในรูปแบบซีดี) จำนวน 1 ล้านแผ่น เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศเพื่อความเป็นสิริมงคล

ซึ่งคณะทำงานฯก็รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม เร่งจัดทำวีซีดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 ธ.ค.นี้. ซึ่งจะเป็นการแสดงในวันสุดท้าย ทั้งนี้ประชาชนที่มาร่วมถวายพระพรภายในงาน จะได้รับแจกวีซีดีดังกล่าว โดยจะมีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง




5 ธันวาคม 2552 "ในหลวง" เสด็จออกมหาสมาคมฯ


เมื่อเวลา 10.58 น. วันที่ 5 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จฯ ออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2552 โดยมีองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา นำเหล่าข้าราชการเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบพระบรมวงศานุวงศ์ เหล่าข้าราชการที่เข้าถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. ใจความว่า...


"ขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง ซึ่งปราถนาดีมุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความสวัสดี ความสวัสดีของข้าพเจ้าเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญนั้นจะสำเร็จผลเป็นจริงได้ก็ด้วยทุกคน ทุกฝ่ายในชาติ มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้คิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น

จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญ อยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วทำตั้งจิต ตั้งใจ ให้เที่ยงตรง หนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนในดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือ ชาติ บ้านเมือง ให้เป็นถิ่นที่อยู่ ที่ทำกินของเรา มีความเจริญมั่นคงยั่งยืนไป ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ศุภเฉลิมมงคลให้สำเร็จผลขึ้นแก่กันทั่วหน้า"


ภาพข่าว - ทีวี และ นสพ.

<< กลับสู่สารบัญ



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 5/12/10 at 08:56 Reply With Quote




"7 ภาพยนตร์" เฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2553



[color=navy]...... ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม ผนึกกำลังจัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ 7 เรื่อง ผ่านจอม่านน้ำขนาด 30 เมตร ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โรงภาพยนตร์ในเครือ SFX และเมเจอร์ทุกโรงในกทม.และปริมณฑล ก็จะมีการฉายภาพยนตร์ทั้ง 7 เรื่องให้ประชาชนได้เข้าชมฟรีด้วย ส่วนในต่างจังหวัดที่ศาลากลางทั้ง 75 จังหวัด ก็จะมีการฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติทั้ง 7 เรื่องได้ประชาชนได้ชมในช่วงค่ำของวันที่ 5 ธ.ค.เช่นกัน

ภาพยนตร์แต่ละเรื่องกำกับโดยคณะผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของประเทศไทย มีความยาวประมาณ 28-30 นาที

คณะทำการสร้างภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ 7 เรื่อง กำกับโดยคณะผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของประเทศไทย ประกอบด้วย นายยุทธนา มุกดาสนิท กำกับ ภาพยนตร์เรื่อง "แผ่นดินของเรา" โดยมี เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ร่วมแสดงด้วย นายปรัชญา ปิ่นแก้ว กำกับภาพยนตร์เรื่อง "คนล่าเมฆ" นายนนทรี นิมิบุตร กำกับภาพยนตร์เรื่อง "เหรียญของพ่อ" นายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง กำกับภาพยนตร์เรื่องจาก "ฟ้าสู่ดิน" นายพิง ลำพระเพลิง กำกับภาพยนตร์เรื่อง "อาม่า"

นายเหมันต์ เชตมี กำกับภาพยนตร์เรื่อง "ราชประชานุเคราะห์" และทีมผู้กำกับ ภาพยนตร์เรื่องแฟนฉัน กำกับภาพยนตร์เรื่อง "เรื่องเดียวกัน" โดยภาพยนตร์ทั้ง 7 เรื่อง จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อถวายลิขสิทธิ์ จากนั้นจะขอพระบรมราชานุญาตผลิตเป็นวีซีดี 5 ล้านชุดเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับชมอย่างทั่วถึงและเป็นสิริมงคลแก่คนไทย ทั้งประเทศ



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 31/12/13 at 21:53 Reply With Quote


กษัตริย์ยอดกตัญญู



ลูก ๆ ทุกคน...ก็ได้รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ ..ที่มีต่อลูก 3 หวังคือ

ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา
หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ


ทีนี้...มาดูตัวอย่างบ้าง..บุคคลที่เป็นยอดกตัญญูที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุด คือใคร ทราบไหม? คือในหลวง ของเรา...

ในหลวง...นอกจากจะเป็นยอดพระมหากษัตริย์ของโลก.. เป็น THE KING OF KINGS แล้ว ในหลวงของเรา ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย ความหวังของแม่...ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏิบัติได้ครบถ้วน ... สมบูรณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ให้แก่พวกเรา ในหลวงทำกับแม่ยังไง ? ตามอาจารย์มา...อาจารย์จะฉายภาพให้เห็น....

หวังที่ 1. ยามแก่เฒ่า..หวังเจ้า..เฝ้ารับใช้...

ใครเคยเห็นภาพที่... สมเด็จย่า เสด็จไปในที่ต่าง ๆ แล้วมีในหลวง..ประคองเดินไปตลอดทาง...เคยเห็นไหม...? ใครเคยเห็น...กรุณายกมือให้ดูหน่อย...ขอบคุณ...เอามือลง

ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ย.. มีคนเยอะแยะ... มีทหาร... มีองครักษ์ ...มีพยาบาล.. ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงบอกว่า..."ไม่ต้อง.... " คนนี้...เป็นแม่เรา...เรา ประคองเอง ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา ..สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน... เพราะฉะนั้น.. ตอนนี้แม่แก่แล้ว...เราต้องประคอง แม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน... ไม่ต้องอายใคร...

เป็นภาพที่...ประทับใจมาก... เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่.. ประคองแม่เดิน ประชาชนที่มาเฝ้ารับ เสด็จ ... สองข้างทาง ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนู้น.....8,000 คน ยกมือขึ้น...สาธุ แซ่ซ้อง..สรรเสริญ "กษัตริย์ยอดกตัญญู..."

ในหลวง..เดินประคองแม่.. คนเห็นแล้ว ...เขาประทับใจ ถ่ายรูป...เอามาทำปฏิทิน ...เอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อ แสดงความเคารพ...กราบไหว้...

ลองหันมาดูพวกเรา...ส่วนใหญ่เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้... ลูกชาย..แต่งตัวโก้... ลูกสาว..แต่งตัวสวย... แต่ เวลาเดิน...ไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้...กลัวไม่สวย ข้าราชการ...แต่งเครื่องแบบเต็มยศ... ติดเหรียญตรา...เหรียญ กล้าหาญ...เต็มหน้าอก...

แต่เวลาเดิน...ไม่กล้าประคองแม่... กลัวไม่สง่า...กลัวเสียศักดิ์ศรี... ประคองแม่ .... เป็นเรื่อง ของ...คนใช้... หลายคน...ให้ประคองแม่.. ไม่กล้าทำ อาย... เวลาทำดี..ไม่กล้าทำ...อาย เวลาทำชั่ว...กล้า....ไม่ อาย...

ใครเห็นภาพนี้ที่ไหน...กรุณาซื้อใส่กรอบ... แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน...เอาไว้สอนลูก เห็นภาพชัดเจนไหมครับ? เท่านั้น ...ยังน้อยไป...มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น...

หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่า...เสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขา..ของสมเด็จย่า... มาแถลงในที่ประชุม...ต่อหน้าสื่อ มวลชน...ว่า... ก่อนสมเด็จย่า จะสิ้นพระชนม์..ปีเศษ...ตอนนั้นอายุ 93 ในหลวง..เสด็จจากวังสวนจิตร.. ไปวังสระปทุม ตอนเย็นทุกวัน ไปทำไมครับ....? ไปกินข้าวกับแม่... ไปคุยกับแม่...ไปทำให้แม่..ชุ่มชื่นหัวใจ...

พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง.. โฮ้โห....ขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเรา เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่... สัปดาห์ละกี่วัน...ทราบไหม ครับ ? พวกเราทราบไหมครับ...สัปดาห์ละกี่วัน ? 5 วัน......

มีใครบ้างครับ....? ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่ ...สัปดาห์ละ 5 วัน หายาก.........ในหลวง มี โครงการเป็นร้อย...เป็นพันโครงการ... มีเวลาไปกินข้าวกับแม่..สัปดาห์ละ 5 วัน พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก..พล ตรี...อธิบดี..ปลัดกระทรวง ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่....บอกว่า...งานยุ่ง แม่บอกว่า...ให้พาไปกินข้าวหน่อย..บอกว่า ไม่มี เวลา จะไปตีกอล์ฟ... ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว... แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ...เห็นตัวเองหรือยัง ..?

พ่อแม่..พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง... ฝนตก...น้ำเซาะ..อีกไม่นานโค่น... พอถึงวันนั้น...เราก็ไม่มีแม่ให้กราบ แล้ว... ในหลวงจึงตัดสินพระทัย... ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อตอนที่สมเด็จย่าอายุ...93 สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วัน ไปไหนครับ ....?


ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์...องคมนตรี บอกว่า.... ในหลวง...ถือศีล 8 วันพระ ถือศีล 8 นี่ยังไง...? ต้องงดข้าวเย็น... เลยไม่ได้ไปหาแม่...วันนี้เพราะ ถือศีล อีกวันหนึ่งที่เหลือ... อาจจะกิน ข้าวกับพระราชินี..กับคนใกล้ชิด แต่ 5 วัน....ให้แม่ เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม...?

ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ ๆ หน่อย ไปดูตอนกินข้าว... ทุกครั้ง...ที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า... ในหลวงต้องเข้าไป กราบ ที่ตัก... แล้วสมเด็จย่า...ก็จะดึงตัวในหลวง... เข้ามากอด..กอดเสร็จก็หอมแก้ม... ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่า..หอม แก้มในหลวงบ้าง...? ภาพนี้...ถ้าใครมี...ต้องเอาไปใส่กรอบ เป็นภาพความรักของแม่...ที่มีต่อลูก..อย่างยอดเยี่ยม

ตอน สมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวง...อาจารย์คิดว่า แก้มในหลวง...คงไม่หอมเท่าไร ..เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม แต่ทำไม... สมเด็จย่าหอมแล้ว...ชื่นใจ... เพราะท่านได้กลิ่นหอม... จากหัวใจในหลวง หอมกลิ่นกตัญญู ไม่นึกเลยว่า...ลูกคนนี้จะ กตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้ ตัวแม่เองคือ สมเด็จย่า...ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดา...สามัญชน...เป็น เด็กหญิงสังวาลย์ เกิดหลังวัดอนงค์...เหมือนเด็กหญิงทั่วไป... เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้

ในหลวงหน่ะ... เกิดมาเป็น พระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า ปัจจุบันเป็นกษัตริย์...เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว แต่ในหลวง..ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน.... ก้มลงกราบ..คนธรรมดา..ที่เป็นแม่ หัวใจลูก...ที่เคารพแม่... กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว... คนบางคน...พอ เป็นใหญ่เป็นโตไม่กล้าไหว้แม่....เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ... เป็นชาวนา....เป็นลูกจ้าง... ไม่เคารพแม่....ดูถูกแม่......

แต่ นี่...ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว... นี่แหละครับความหอม นี่คือเหตุที่สมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวงทุกครั้ง... ท่านหอม ความดี...หอมคุณธรรม...หอมกตัญญู..ของในหลวง หอมแก้มเสร็จแล้ว...ก็ร่วมโต๊ะเสวย... ตอนกินข้าวนี่...ปกติ...แค่ เห็นลูกมาเยี่ยม...ก็ชื่นใจแล้ว... นี่ลูกมากินข้าวด้วย...โอย...ยิ่งปลื้มใจ

แม่ทั้งหลาย..ลองคิดดูซิ... อะไรอร่อยๆ ในหลวง จะตักใส่ช้อนแม่... อันนี้อร่อย...แม่ลองทาน... รู้ว่าแม่ชอบทานผัก... หยิบผักมาม้วนๆ ใส่ช้อนแม่... เอ้าแม่...แม่ทาน ซะ...ของที่แม่ชอบ แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ ก็เจริญอาหาร...กินได้เยอะ เพราะมีความสุขที่ได้กินข้าวกับลูก มีความ สุขที่ลูกดูแล....เอาใจใส่... กินข้าวเสร็จแล้ว...ก็มานั่งคุยกับแม่...

ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง...ทราบไหม...? ตอน ในหลวงเล็กๆ...แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ... "อยากฟังแม่สอนอีก" เป็นยังไงบ้าง...? เป็นกษัตริย์...ปกครองประเทศ... อยากฟังแม่สอนอีก... พวกเรา เป็นยังไง...? เราคิดว่า...เรารู้มาก...เราเรียนสูง... เรามีปริญญา...แม่จบ ป.4 เวลาแม่ สอน....ตะคอกแม่ ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่ เบื่อจากตายอยู่แล้ว...รำคาญ.... พูดจาซ้ำซาก...เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที... เราเหยียบย่ำ หัวใจแม่......

พอสมเด็จย่าสอน... ในหลวงจะเอากระดาษมาจด... มีอยู่เรื่องหนึ่ง...ที่จำได้แม่น.. สมเด็จย่า...เล่าว่า ตอนเรียน หนังสือที่ Swiss ในหลวงยังเล็กอยู่...เข้ามาบอกว่า..อยากได้รถจักรยาน เพื่อนๆ เขามีจักรยานกัน แม่บอกว่า...ลูกอยาก ได้จักรยาน... ลูกก็เก็บสตางค์...ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ... เก็บมาหยอดกระปุก..วันละเหรียญ...สองเหรียญ พอได้ มากพอ...ก็เอาไปซื้อจักรยาน... นี่คือสิ่งที่แม่สอน...

แม่สอนอะไร..ทราบไหมครับ...?

ถ้าเป็นพ่อแม่บางคน... พอลูกขอ...รีบกดปุ่ม ATM ให้เลย ประเคนให้เลย..ลูกก็ ฟุ้งเฟ้อ...ฟุ่มเฟือย... เหลิง...และหลงตัวเอง พอโตขี้น...ขับรถเบนซ์ชนตำรวจ...ก็ได้... ยิงตำรวจ...ยังได้..เพราะหลงตัว เอง..พ่อกูใหญ่ เห็นไหม.....? ตามใจเทิดทูน จนเสียคน...

แต่สมเด็จย่านี่...เป็นยอดคุณแม่.. สร้างคุณธรรมให้แก่ลูก.. ลูกอยากได้..ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้...ไปหย่อนกระปุก... แม่สอน 2 เรื่อง คือ...ให้ประหยัด....ให้ยืนอยู่บนขาของตัว เอง "ความประหยัด...เป็นสมบัติของเศรษฐี" ใครสอนลูกให้ประหยัดได้.. คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้แก่ลูก พอ ถึงวันปีใหม่..สมเด็จย่าก็บอกว่า... "ปีใหม่แล้ว...เราไปซื้อจักรยานกัน.." เอ้า...แคะกระปุก..ดูซิว่ามีเงินเท่าไร...? เสร็จ แล้ว...สมเด็จย่าก็แถมให้...

ส่วนที่แถมนะ...มากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก... มีเมตตา...ให้เงินลูก... ให้...ไม่ได้ให้เปล่า... สอนลูกด้วย...สอนให้ประหยัด สอนว่า...อยากได้อะไร...ต้องเริ่มจากตัวเรา... คำสอนนั้น...ติดตัวในหลวงมาจนทุก วันนี้.... เขาบอกว่า..ในสวนจิตรเนี่ย... คนที่ประหยัดที่สุด...คือ...ในหลวง... ประหยัดที่สุด..ทั้งน้ำ..ทั้งไฟ... เรื่อง ฟุ้งเฟ้อ..ฟุ่มเฟือย...ไม่มี... เป็นอันว่า...ภาพนี้..ชัดเจน..

หวังที่ 2. ยามป่วยไข้...หวังเจ้า..เฝ้ารักษา


ดูว่าในหลวง ทำกับแม่ ยังไง...?

สมเด็จย่า..ประชวร อยู่ทีโรงพยาบาลศิริราช.. ในหลวงไปเยี่ยม..ตอนไหน ครับ..? ไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ..จีงเสด็จกลับ.. ไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง... แม่...พอเห็นลูกมาเยี่ยม..ก็ หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว.. ทีมแพทย์ที่รักษาสมเด็จย่า.. เห็นในหลวงมาเยี่ยมมาประทับก็ต้องฟิต...ตามไปด้วย ต้อง ปรึกษาหารือกันตลอดว่า..จะให้ยายังไง...จะเปลี่ยนยาไหม..? จะปรับปรุงการรักษายังไง...ให้ดีขึ้น... ทำให้สมเด็จย่า.. ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น... เห็นภาพไหม...?

กลางคืน .... ในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า... คืนละหลายชั่วโมง..ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน ลองหันมาดูตัวเราเอง ซิ... ตอนพ่อแม่ป่วย..โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง ถามว่า...ตอนนี้..อาการเป็นยังไง....? พ่อแม่...ยังไม่ทันตอบเลย ฉันมี ธุระ งานยุ่ง ต้องไปแล้ว.... โผล่หน้าไปให้เห็น... พอแค่เป็นมารยาท..แล้วก็กลับ.. เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู... เรา ไม่ได้ไปเพื่อทดแทนพระคุณท่าน........น่าอายไหม...? ในหลวง...เสด็จไปประทับกับแม่... ตอนแม่ป่วย....ไปทุกวัน...ไป ให้ความอบอุ่น... ประทับอยู่วันละหลายชั่วโมง...นี่คือ...สิ่งที่ในหลวงทำ



คราวหนึ่ง...ในหลวงป่วย...สมเด็จย่า...ก็ป่วย.. ไปอยู่ศิริราช..ด้วยกัน..อยู่คนละมุมตึก.. ตอนเช้า..ในหลวงเปิด ประตู...แอ๊ด......ออกมา... พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่า ...ออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี ในหลวง..พอเห็นแม่.. รีบออกจากห้อง..มาแย่งพยาบาลเข็นรถ มหาดเล็ก ...กราบทูลว่า ไม่เป็นไร.. ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว ในหลวงมีรับสั่งว่า.....แม่ของเรา.... ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น.... เราเข็นเองได้...

นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน...เป็นกษัตริย์....ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าว...ป้อนน้ำให้แม่...ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่....เลี้ยงหัวใจแม่... ยอดเยี่ยมจริงๆ... เห็นภาพนี้แล้ว.....ซาบซึ้ง..... มาตามดูต่อ.....

หวังที่ 3. เมื่อถึงยาม...ต้องตาย...วายชีวา... หวังลูกช่วย..ปิดตา.......เมื่อสิ้นใจ...

วันนั้น... ในหลวง..เฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน... จับมือแม่..กอดแม่...ปรนนิบัติแม่... จน กระทั่ง.."แม่หลับ..." จึงเสด็จกลับ... พอไปถึงวัง... เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า...สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์... ในหลวง..รีบเสด็จ กลับไป..ศิริราช... เห็นสมเด็จย่า..นอนหลับตาอยู่บนเตียง.. ในหลวงทำยังไงครับ......?

ในหลวงตรงเข้าไป....คุกเข่า.... กราบลงที่หน้าอกแม่.... พระพักตร์ในหลวง...ตรงกับหัวใจแม่... "ขอหอมหัวใจแม่...เป็นครั้งสุดท้าย......" ซบหน้านิ่ง.... อยู่นาน... แล้วค่อยๆ...เงยพระพักตร์ขึ้น.... น้ำพระเนตรไหลนอง...... ต่อไปนี้....จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว.... เอามือ... กุมมือแม่ไว้ มือนิ่มๆ ...ทีไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูก...จนได้เป็น กษัตริย์... เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง... ชีวิตลูก...แม่ ปั้น... มองเห็นหวี....ปักอยู่ที่ผมแม่....

ในหลวงจับหวี...ค่อยๆ หวีผมให้แม่... หวี...หวี...หวี.... หวี...ให้แม่สวยที่สุด.... แต่งตัวให้แม่...ให้แม่สวยที่สุด... ในวันสุดท้ายของแม่.... เป็นภาพที่ประทับใจอาจารย์ที่สุด.... เป็นสุดยอดของลูก กตัญญู... หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว.... กษัตริย์...ยอดกตัญญู ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ฯ



ที่มา : คัดลอกมาจากหนังสือเรื่อง หยุดความชั่วที่ไล่ล่าตัวคุณ ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ

<< กลับสู่สารบัญ



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 26/12/16 at 11:08 Reply With Quote


.


webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved