ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 31/1/09 at 16:01 Reply With Quote

ด.ญ.กุ๊กกุ๊ก และ น.ส.อ้อม ระลึกชาติได้



สารบัญ...
ด.ญ. กุ๊ก กุ๊ก
น.ส.อ้อม
หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่บ่งว่าตายแล้วเกิด คือเรื่อง "เด็กอัจฉริยะ"



กรณี ด.ญ. กุ๊ก กุ๊ก เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ ปัจจุบัน (๒๕๕๑) อายุ ๑๙ ปี (ญาติๆ เชื่อมั่นว่า) ชาติก่อน "กุ๊ก" เป็น ด.ญ.เขม พ่อแม่ของเขมมีฐานะดี เมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เขมอายุ ๗ ปี เรียนอยู่ชั้นป.๒ เขมป่วยหนักเพราะไวรัสลงตับ ขณะนั้นใกล้ถึงวันเกิดของเขม พ่อแม่ถามว่าวันเกิดอยากได้อะไร เขมบอกว่าอยากได้รถโตโยต้าโคโรน่าสีเขียว (เขมชอบสีเขียวมาก เวลาเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวจะเลือกแต่ของสีเขียว)

พ่อแม่ถามว่าอยากได้ไปทำไม เขมบอกว่าจะได้พาพ่อแม่ไปเที่ยว พ่อแม่จึงสั่งจองรถ เขมนอนป่วยอยู่ใน รพ.ศรีนครินทร์ (ขอนแก่น) ๑ เดือนก็ถึงแก่กรรม รถที่ จองไว้ก็ยกเลิกไป เรื่องที่เขมอยากได้รถเก๋งสีเขียว พ่อแม่ของกุ๊กไม่ทราบเลย

กุ๊กไม่เคยพูดว่าตนเป็น "เขม" แต่จากนิสัยใจคอและพฤติกรรมที่แสดงออกทำให้พ่อแม่ (และญาติ) ของกุ๊กและเขมซึ่งเป็นญาติห่างๆ กัน แน่ใจว่า "เขม" มาเกิดใหม่เป็น "กุ๊ก" พฤติกรรมที่กุ๊กแสดงออกมีดังนี้

๑. ขณะอยู่อนุบาล (๓-๔ ขวบ) ป้าพากุ๊กไปกรุงเทพฯ เมื่อพบโผ่ (ยาย) ของเขมเป็นครั้งแรก กุ๊กทำท่าสนิทสนม เข้าไปนวดโผ่ แล้วพูดว่า ขอเงินได้มั้ยล่ะ ทั้งที่กุ๊กไม่เคยขอเงินคนแปลกหน้ามาก่อนเลย เมื่อโผ่ควักเงินให้ ๑๐๐ บาท ป้าก็พูดว่า ไปขอเงินโผ่ทำไม โผ่แก่แล้ว กุ๊กยิ้มเฉยไม่ตอบ

แต่โผ่พูดว่า ก็หลานของเขา (เขม) ขอเขาทุกวัน (เขม นวดให้โผ่เป็นประจำ นวดแล้วก็ขอเงิน) เมื่อกลับมาบ้านที่อีสาน ป้าก็เล่าเรื่องให้แม่ของกุ๊กฟัง แม่ถามว่า ไปขอเงินโผ่ทำไม ไม่รู้จักกัน กุ๊กตอบว่า รู้จักสิ รู้จักตั้งแต่อยู่ ป.๒ (ขณะนั้นกุ๊กอยู่แค่อนุบาล)

๒. เมื่ออยู่ ป.๑ (๖ ขวบ) เช้าวันหนึ่ง กุ๊กนั่งอยู่ที่ระเบียงโรงเรียน มีป้าและแม่ของกุ๊กนั่งอยู่ด้วย (ป้าเป็น ครูสอนภาษาไทย แม่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนนั้น) กุ๊กเปิดสมุดการบ้านที่ทำเสร็จแล้ว แล้วพูดบ่นว่า เวรกรรมแท้ๆ เคยเรียน ป.๒ แล้วต้องมาเรียน ป.๑

๓. เมื่ออายุ ๖ ขวบเศษ บ่ายวันหนึ่ง แม่ของเขมมารับกุ๊กไปซื้อของ และไปค้างคืนที่บ้านของเขม ขณะที่กำลังนั่งรถเที่ยวเล่น กุ๊กพูดว่า ขอให้มาม้าอายุยืนนานๆ (เขมเรียกแม่ว่ามาม้า) แม่ของเขมถามว่า กุ๊กจะทำไมหรือ กุ๊กตอบว่า กุ๊กจะซื้อรถพามาม้าเที่ยว แม่ของเขมถามว่า อยากได้รถสีอะไร กุ๊กตอบว่า คันยาวสีเขียว แม่ของเขมถามว่า ทำไมต้องซื้อคันยาว กุ๊กตอบว่า ก็มีพี่น้องเยอะจะได้พากันไปหมด (เขมมีพี่น้องมากกว่า กุ๊กมีพี่น้องน้อยกว่า)

เมื่อลงจากรถเพื่อเดินดูของตามแผงลอย ซึ่งอยู่เรียงกันเป็นแถว มีข้าวของวางไว้เป็นกองๆ แม่ของเขมเดินนำหน้ากุ๊ก ห่างพอสมควร เมื่อเห็นของสีเขียวในกองไหนก็จะหยิบซ่อนไว้ใต้กองจนหมด เมื่อกุ๊กเดินมาถึง แม่ของเขมก็ถามว่า ชอบอะไรบ้าง แล้วหยิบของเช่น กิ๊บติดผม กำไล ให้ดู แล้วพูดคะยั้นคะยอว่า ชอบไหม มาม้าจะซื้อให้ กุ๊กไม่ชอบอะไรเลย

เมื่อเดินดูจนสุดทางก็ไม่ได้ของสักอย่าง ขากลับแม่ของเขมเดินนำหน้าและแอบหยิบของสีเขียวขึ้นมาไว้ข้างบนโดยที่กุ๊กไม่เห็น คราวนี้เมื่อถามกุ๊กว่า ไม่ชอบอะไรสักอย่างหรือ กุ๊กเลือกหยิบกิ๊บสีเขียว กำไลสีเขียว แม่ของเขมก็ซื้อให้

เสร็จจากซื้อของก็มาที่บ้านเขม เมื่อกุ๊กเข้าบ้านเขมเป็นครั้งแรก ก็วิ่งเข้าวิ่งออก ขึ้นชั้นบนลงชั้นล่าง ทำราวกับเป็นเจ้าของบ้าน เที่ยวดูทุกห้องจนทั่วบ้าน เวลากินข้าวเย็น ก็แสดงอาการเหมือนว่าเคยอยู่ในบ้านมานาน เช่น พูดคุยกับปาป๊าของเขมราวกับว่าเคยคุยกันทุกวัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กุ๊กไม่ค่อยมีโอกาสพบกับปาป๊าของเขม จะพบกันบ้างก็ในงาน ซึ่งผู้ใหญ่จะทำเป็นไม่สนใจกุ๊ก



<<< กลับสู่สารบัญ

กรณี น.ส.อ้อม อ้อมเกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ ที่จังหวัดในภาคอีสานตอนบน อ้อมจำได้ว่าชาติก่อนเป็นชาย มีชื่อเล่นว่าเรด อยู่จังหวัดเดียวกัน แต่คนละอำเภอ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ ขณะที่อายุ ๑๔ ปี วันหนึ่งเรดขี่จักรยานยนต์ไป ซื้อเมล็ดผักมาปลูกในแปลงผักที่เตรียมไว้ ปรากฏว่าเมล็ดผักไม่พอ เมื่อขี่จักรยานยนต์ไปชื้อเมล็ดผักอีกครั้งก็เกิด อุบัติเหตุชนกับรถสองแถว เรดบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดระหว่างการผ่าตัดสมอง

แม่ของอ้อมและแม่ของเรดเป็นญาติห่างๆ กัน แม่ของอ้อมมีศักดิ์เป็นป้าของเรด เรดเรียกแม่ของอ้อมว่าป้าอั๋น ก่อนที่อ้อมจะเกิด แม่ของอ้อมเคยฝันว่าเรดจะมาขออาศัยอยู่ด้วยถึง ๒ ครั้ง ด้วยเหตุนั้นญาติๆ จึงคอยเฝ้าดูพฤติกรรมของอ้อม เมื่ออ้อมอายุ ๒ ขวบ แม่ของเรดกับเพื่อนคนหนึ่งได้มาหาอ้อมเป็นครั้งแรก

ขณะนั้น อ้อมอยู่กับยาย แม่ของเรดถามอ้อมว่า แม่ไปไหน อ้อมตอบว่า ป้าอั๋นไม่อยู่ ป้าอั๋นไปทำนา (อ้อมเรียกแม่ของตนเองว่า ป้าอั๋น อย่างที่เรดเคยเรียก) แม่ของเรดถามว่า ทำไมถึงเรียกแม่ (ของตน) ว่าป้าอั๋น อ้อมตอบว่า เขาเป็นเรดมาเกิด แม่ของเรดแย้งว่า ไม่ใช่หรอก ถ้าเป็นเรด ทำไมเป็นผู้หญิง

อ้อมก็ตอบตามประสาเด็กว่า เป็นเพราะอัณฑะและอวัยวะเพศถูกไฟไหม้ไปหมดแล้วตอนที่เผาศพเรด แม่ของเรดฟังแล้วน้ำตาไหล ขณะนั้นยายถามว่า สองคนที่มานี้ จำได้ไหมว่าใคร อ้อมตอบว่า มาม้าคนนี้ พร้อมกับยกมือชี้มาที่แม่ของเรด

หลังจากนั้น แม่ของเรดก็ขออนุญาตนำเด็กไปที่บ้านเพื่อทดสอบ เมื่อไปถึงบ้านของเรดซึ่งเป็นโรงงาน มีจักรยานของคนงานจอดอยู่นอกโรงงาน ๒๐ กว่าคัน แม่ของเรดก็ให้อ้อมหาว่าจักรยานของเรดคันไหน อ้อมเข้าไปดูทีละคัน และบอกว่าไม่ใช่สักคัน แล้วเดินเข้าไปหาในโรงงานจนเจอจักรยานของเรด

เมื่อออกจากโรงงานก็เดินไปที่บ้าน ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นสำนักงานหลังจากเรดตายแล้ว อ้อมทำท่าเหลียวซ้ายแลขวา และถามว่า นี่บ้านเราหรือเปล่า ไม่เหมือนเดิมเลย

นอกจากนี้อ้อมยังรู้ที่เก็บสมุดออมสินกับนาฬิกาของเรด รู้ว่าเรดนอนที่ไหน จำรูปถ่ายกับเสื้อผ้าของเรดได้ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้แม่ของเรดแน่ใจว่าเรดมาเกิดเป็นอ้อม

เมื่ออ้อมอายุประมาณ ๓ ขวบ วันหนึ่ง อ้อมกับแม่ และแม่ของเรดเอาข้าวไปสีที่โรงสี อ้อมเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งชื่อ เชษฐ์ ยืนอยู่ที่นอกโรงสี อ้อมไม่เคยพบนายเชษฐ์มาก่อนเลย แต่กลับร้องบอกแม่ (ด้วยสำเนียงอีสาน) ว่า แม่ บักเซด แม่ของอ้อมพูดว่า ไปเรียกเขาว่าบักเซดทำไม เขาโตแล้ว (บักเป็นคำอีสานที่ใช้เรียกชายรุ่นเดียวกัน)

อ้อมพูดว่า ทำไมเรียกไม่ได้ เพราะเป็นเพื่อนกัน ไม่เชื่อลองถามดูสิ เขายังเป็นหนี้เรดอยู่ ๙ บาท ที่เล่นโยนหลุมกัน พูดจบ อ้อมก็วิ่งไปหานายเชษฐ์ๆ อุ้มหนูอ้อมขึ้นมาโดยที่ไม่รู้จัก อ้อมบอกทันทีว่า ฉันคือเรด และถามนายเชษฐ์ว่า จำได้ไหม เป็นหนี้ที่เล่นโยนหลุมอยู่ ๙ บาท นายเชษฐ์บอกว่า จำได้ แล้วหยิบเงินให้เด็ก ๑๐ บาท เมื่อรอจนสีข้าวเสร็จแล้วต่างก็พากันกลับบ้าน (จากคำบอกเล่าของสุตทยา วัชราภัย น.บ., M.P.A.)

ชื่อจริงและที่อยู่ของ "กุ๊ก" กับ "อ้อม" (รวมทั้ง "เขม" กับ "เรด") ยังเปิดเผยในขณะนี้ไม่ได้ ศ.น.พ.เอียน สตีเวนสัน ให้เหตุผลว่า การเปิดเผยชื่อและที่อยู่ จะเป็นผลเสียอย่างมากแก่การค้นคว้าในภายหน้า

การที่เด็กเหล่านี้จำอดีตชาติได้ สาเหตุสำคัญเข้าใจว่าเนื่องมาจากตายแล้วไม่นาน (ส่วนมาก ๑-๒ ปี อย่างมากไม่เกิน ๑๐ ปี) ก็ได้เกิดเป็นมนุษย์อีก คนส่วนมากจำอดีตชาติไม่ได้ เพราะเวลาผ่านไปนานกว่าจะได้เกิดใหม่เป็นมนุษย์ จึงลืมเรื่องในชาติก่อน

อย่างไรก็ตาม การที่คนส่วนมากจำอดีตชาติไม่ได้มิได้หมายความว่า ชาติก่อนไม่มี หรือตายแล้วสูญ เพราะถ้าตายแล้วสูญ ผู้ที่จำอดีตชาติได้ก็จะไม่มีเลย แต่ความจริงมีอยู่ว่า ผู้ที่จำอดีตชาติได้มีอยู่ทั่วโลก ทุกศาสนา ทุกเผ่าพันธุ์

ศ.น.พ.เอียน สตีเวนสัน ใช้เวลา ๓๘ ปี (พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๔๑) รวบรวมข้อมูลจากผู้ที่จำอดีตชาติได้ทั่วโลกประมาณ ๒,๖๐๐ ราย ข้อมูลแต่ละรายมีความน่าเชื่อถือมากน้อยต่างกัน แต่มีหลายรายที่หลักฐานแน่นแฟ้นน่าเชื่อถือมาก

ซึ่ง ศ.น.พ.เอียน สตีเวนสัน ได้นำมาเขียนเป็นหนังสือชื่อ ๒๐ กรณีศึกษาที่บ่งชี้ว่าตายแล้วเกิด (Twenty Cases Suggestive of Reincarnation) จะเห็นได้ว่ายิ่งวิทยาศาสตร์เจริญขึ้นก็ยิ่งสนับสนุนคำสอนในพระพุทธศาสนา เพราะพุทธธรรมเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้เสมอ



<<< กลับสู่สารบัญ

หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่บ่งว่าตายแล้วเกิด คือเรื่อง "เด็กอัจฉริยะ"


สำนักงานใหญ่ เกรท เวิลด์ กินเนส แห่งนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงว่าได้พบเด็กอัจฉริยะคู่หนึ่ง เป็นฝาแฝด คนพี่เป็นหญิงชื่อ จ้วง เซฟาง คนน้องเป็นชายชื่อ จ้วง เซเจ็ง อายุเพียง ๓ ขวบ แต่สามารถอ่านอักษรภาษาจีนได้ถึง ๒,๔๐๐ ตัวและอ่านภาษาอังกฤษได้ ๑,๐๐๐ คำ อักษรภาษาจีนนั้น ตัวหนึ่งคือคำหนึ่ง เพราะเขาเขียนแบบผสมอักษรสำเร็จรูป

บิดาของเด็กเล่าว่า เด็กอัจฉริยะคู่นี้อ่านหนังสือพิมพ์ได้ตั้งแต่อายุแค่ ๑ ขวบ โดยไม่ได้เรียนหนังสือเลย นับเป็นบุคคลที่อ่านหนังสือออกผู้มีอายุน้อยที่สุดในประเทศจีน ซึ่งมีมาตรฐานว่า ใครสามารถอ่านตั้งแต่ ๑,๐๐๐ คำขึ้นไป เป็นผู้อ่านหนังสือได้ (น.ส.พ.ไทยรัฐ ๑๙ ม.ค. ๒๕๓๙)

มิเชล โดโช อายุ ๒ ขวบ เด็กหญิงชาวบราซิล อยู่ในเมืองอูนาโปลิส สามารถเล่นเปียโนได้ดีอย่างน่ามหัศจรรย์ โดยไม่เคยหัดเรียนเลย โน้ตเพลงก็อ่านไม่ออก เพลงที่แกเล่นเป็นเพลงคลาสสิคของไชคอฟสกี้ หรือเพลงคลาสสิคอื่นๆ เพลงสากลหรือเพลงพื้นเมืองสำหรับเด็กๆ เพียงแต่มิเชลได้ยินคนเล่นให้ฟังสักครั้ง หรือสองครั้งเท่านั้น ก็เล่นได้

ศาสตราจารย์ของวิทยาลัยดนตรี ซึ่งขึ้นกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติของบราซิล ได้กล่าวถึงหนูน้อยมิเชลว่า ความสามารถในการเล่นเปียโนของแกยอดเยี่ยมมาก แกรับความรู้ทางดนตรีได้รวดเร็วเพียงแต่ได้ยินเท่านั้น นับเป็นปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาติ แกอายุเพียง ๒ ขวบเท่านั้น ผมเชื่อว่าแกมีพรสวรรค์ที่พระผู้เป็นเจ้าประทาน หนูมิเชลมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศในฐานะนักเปียโนอัจฉริยะ และเป็นนักเปียโนอายุน้อยที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

(น.ส.พ.ไทยรัฐ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๒๔)

เด็กชายทอมตาบอด (Tom the Blind) แห่งสหรัฐอเมริกา เล่นเปียโนได้อย่างน่าอัศจรรย์ตั้งแต่เป็นเด็ก โดยไม่ได้เรียนรู้จากใครมาก่อน ทอมเป็นลูกทาสที่มาจากป่าลึกแห่งอาฟริกา ยิ่งสืบสายบรรพบุรุษไกลออกไป ก็ยิ่งห่างเปียโนออกไปทุกที (แสดงว่าความสามารถทางดนตรีไม่ได้สืบทอดมาทางสายเลือด)

แล้วคุณล่ะเชื่อหรือไม่ข้อมูลดูที่ www.dhammajak.net/book/kam/kam11.php
<<< กลับสู่สารบัญ



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1764
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved