ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 16/3/09 at 22:07 Reply With Quote

สมภารระลึกชาติได้ และเรื่องระลึกชาติจากพระสูตร


(Update 16 มี.ค. 2552)





สารบัญ...
เด็กชายระลึกชาติเป็นสมภารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ได้
คนงานของสุจิปริวารเศรษฐี
พระเจ้าทุฏฐคามินี
ภรรยาเศรษฐีคนหนึ่งเกิดเป็นนางหนูระลึกชาติได้



เด็กชายระลึกชาติเป็นสมภารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ได้


มีเรื่องมาว่า เด็กชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่ทุ่งยั้ง ซึ่งเป็นบ้านตำบลหนึ่ง แขวงอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่ห่างจาก วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ประมาณ ๕ กิโลเมตร เป็นผู้ระลึกชาติหนหลังได้ตั้งแต่คลอดออกมา แต่เขายังไม่บอกใคร

เวลาเขามีอายุได้ประมาณ ๔-๕ ขวบ เขาได้เห็นพระ ๕ รูป ซึ่งไปจากวัดที่เขาเคยเป็นสมภารอยู่ เพื่อไปสวดมนต์ที่บ้านของเขา เขาจึงวิ่งไปทักทายพระที่กำลังขึ้นบันไดบ้าน ออกชื่อพระได้ถูกต้องทุกรูป ทำให้คนทั้งหลายฉงน เพราะเด็กคนนี้ไม่เคยไปวัดเลย ทั้งเขาออกชื่อพระห้วน ๆ ไม่มีการเคารพ บิดาจึงรีบห้าม เด็กนั้นบอกว่า ฉันรู้จักพระทั้ง ๕ รูปนี้ดี เพราะฉันเคยปกครองมา เมื่อคราวเป็นสมภารอยู่ชาติก่อนนี้

อีกทั้งบอกได้ถูกต้องว่า พระรูปใดบวชเมื่อใด ใครเป็นอุปัชฌาย์ แล้วเขาเล่าต่อไปว่า เขาได้เกิดเป็นสมภาร วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ประมาณ ๕ ปีมาแล้ว เมื่อพระ ๕ องค์นั้นกลับไปแล้ว เขาจึงขอให้พ่อแม่พาเขาไปที่วัด แล้วให้พาเขาไปในที่ใกล้เจดีย์เล็กข้างกุฏิเจ้าอาวาส แล้วเขาชี้ให้ดูตรงรอยซีเมนต์ซึ่งไล้ปูนปิดไว้ บนฐานเหลี่ยมของพระเจดีย์องค์นั้น แล้วบอกว่า เมื่อฉันเป็นเจ้าอาวาสอยู่ในที่นี้ ได้ฝังเงินสองพันบาทเศษไว้ที่ตรงนี้ จงงัดซีเมนต์อิฐออกดู

พวกผู้ใหญ่ก็เอาเหล็กทุบแผ่นซีเมนต์ให้แตก แล้วงัดก้อนอิฐออกดู ก็ได้พบเงินสองพันบาทเศษจริง บิดามารดาของเด็กนี้จึงเล่าความฝัน เมื่อเด็กนี้จะเกิดให้คนทั้งหลายฟัง คือเล่าว่า เวลาท่านสมภารจะถึงมรณภาพ ท่านได้ร้องบอกอุบาสิกาข้างวัดว่า จะไปอยู่ด้วย แต่ว่าอุบาสิกาคิดว่าท่านเพ้อไป จึงนิ่งเสีย ท่านก็ขออีก จึงแสดงกิริยาเป็นรับคำ

พอถึงตอนกลางคืน อุบาสิกาคือแม่ของเด็กนั้นก็ฝันไปว่า ท่านมาหากำลังนอนหลับ คือในฝันว่าท่านจะวิ่งขึ้นมาบนบ้าน อุบาสิกาก็ชักบันไดขึ้นบ้านเพื่อไม่ให้มีทางขึ้น แล้วรีบปิดประตูลงกลอน เข้าใจว่าท่านคงจะกลับไปแล้ว แต่พอหันหลังให้ประตู ก็เห็นท่านเดินตามเข้ามาถึงในห้อง นึกตกใจจึงร้องวี๊ดขึ้นทั้งหลับ สามีตื่นขึ้นมาจึงถามอาการที่ร้อง จึงเล่าฝันให้ฟังจนจบ ฝ่ายสามีก็คิดว่าเป็นเพียงฝันก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไร

คืนต่อมาก็ฝันอีกว่า ท่านขึ้นมานอนบนเตียงด้วย นับแต่นั้นมาอุบาสิกานั้นก็ตั้งครรภ์ ต่อมาก็คลอดลูกเป็นผู้ชาย คือเด็กที่เคยเป็นสมภารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ตามที่เล่ามาแล้วนี้ ฯ (แต่หนังสือ "ปาริชาตวิญญาณ" ของ "พระอมพ̣โรภิกษุ" วัดบุบผาราม ต.กัลยาณมิตร จ.ธนบุรี ไม่ได้บอกชื่อเด็กและชื่อพ่อแม่ของเด็กไว้)

เรื่องสมภารเกิดเป็นเด็กระลึกชาติได้นี้ เกิดด้วยเจตนา คือ ผู้ทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่งไว้แล้ว มีความประสงค์จงใจจะเกิดในที่ใดๆ หรือต้องการสิ่งใดๆก็ได้ตามเจตนา ข้อนี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นิธิกัณฑสูตร ว่าเทพยดามนุษย์ทั้งหลายปรารถนาสิ่งใด ๆ ก็ได้สิ่งนั้น ๆ ตามปรารถนา ด้วยบุญที่ตนทำไว้แล้วนั้น ๆ ดังนี้ ฯ



<<< กลับสู่สารบัญ

คนงานของสุจิปริวารเศรษฐี


แม้แต่ในคัมภีร์ก็มีกล่าวเรื่องไว้เหมือนกับเรื่องสมภารวัดนี้หลายเรื่องด้วยกัน เช่น เรื่อง คนงานของสุจิปริวารเศรษฐี ซึ่งรักษาอุโบสถ แล้วเวลาใกล้จะตาย ได้เห็น พระเจ้ากรุงพาราณสี เสด็จเลียบพระนคร ก็นึกอยากได้ราชสมบัติ พอตายแล้วก็ได้ไปเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงพระนามว่า พระอุทัยราชกุมาร เมื่อได้เสวยราชย์ก็ทรงพระนามว่า พระเจ้าอุทัย


พระเจ้าทุฏฐคามินี

และอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่อง พระเจ้าทุฎฐคามินี ในลังกาทวีป คือมีใจความย่อว่า ครั้งหนึ่งพระเจ้ากรุงลงกาองค์หนึ่งกับพระมเหสีเสด็จไปที่มหาวิหาร ปรารภกับพระเถรเจ้าผู้ใหญว่าอยากได้พระราชโอรส พระเถรเจ้าจึงถวายพระพรว่า มีสามเณรผู้มีศีลาจารวัตรบริสุทธิ์ดีอยู่องค์หนึ่ง กำลังป่วยหนักอยู่ที่กุฏิโน้น ขอได้โปรดเสด็จไปอ้อนวอน ให้สามเณรนั้นไปเกิดเป็นพระราชโอรส อาจได้สมพระราชประสงค์

พระเจ้ากรุงลังกากับพระมเหสีจึงเสด็จไปอ้อนวอนสามเณรองค์นั้น ว่าถ้าสามเณรสิ้นอายุแล้ว ขอให้ไปเกิดเป็นบุตรของโยม แต่สามเณรถวายพระพรว่า อาตมภาพอยากขึ้นไปเกิดบนสวรรค์ พระมเหสีจึงตรัสอ้อนวอนหลายครั้ง ทั้งพระราชาตรัสว่า ขอพ่อเณรจงเห็นแก่พระพุทธศาสนาเถิด อย่าเห็นแก่ทิพยสมบัติเลย เพราะเวลานี้พระพุทธศาสนาถูกพวกทมิฬย่ำยีเต็มทีแล้ว ด้วยว่าพวกทมิฬมีอำนาจในลังกามาก

เมื่อสามเณรได้ฟังดังนี้ ก็ตกลงใจรับคำที่ทรงขอ แล้วพระราชากับพระมเหสีก็ทรงอำลากลับ เมื่อเสด็จไปถึงครึ่งทาง สามเณรนั้นก็ถึงมรณภาพ แล้วไปถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระมเหสีทันที ขณะนั้นพระมเหสีทรงรู้สึกหนักในพระอุทรผิดปกติ จึงทูลให้พระราชาทรงทราบ พระราชาทรงเฉลียวพระทัยว่า ชะรอยสามเณรนั้นจะถึงมรณภาพแล้ว จึงทรงขับรถเลี้ยวกลับมาดู

ก็ได้ความว่า เมื่อเสด็จไปแล้วไม่ช้า สามเณรก็ถึงมรณภาพ ท้าวเธอจึงเสด็จกลับพระราชวัง ต่อมาพระมเหสีก็ได้ประสูติพระราชโอรส เมื่อพระราชโอรสทรงพระเจริญวัยขึ้นเป็นยุพราช ก็ได้รวบรวมกำลังปราบพวกทมิฬได้สิ้น แล้วได้พระนามว่า พระเจ้าทุฎฐคามินี ดังนี้



<<< กลับสู่สารบัญ

ภรรยาเศรษฐีคนหนึ่งเกิดเป็นนางหนูระลึกชาติได้


เรื่องผู้ระลึกชาติได้นั้น มีกล่าวไว้ในคัมภีร์เป็นอันมาก ดังเรื่องภรรยาเศรษฐีคนหนึ่งเป็นตัวอย่าง คือ ภรรยาเศรษฐีคนนั้น เวลาตายแล้วได้เกิดเป็นหนูอยู่ที่บ้านเก่าของตน ครั้งต่อมาไม่ช้า บ้านนั้นก็ร้าง แต่นางหนูนั้นก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้านร้างนั้น ฯ

อยู่มาวันหนึ่ง มีช่างแก้วคนหนึ่งไปเที่ยวขุดหาแก้ว และสิ่งของเงินทองที่บ้านร้างนั้น นางหนูนั้นได้เห็นช่างแก้วไปที่บ้านร้างนั้นเสมอก็นึกชอบใจ จึงคิดว่าแก้วของเราที่ฝังไว้ในบริเวณบ้านนี้ มีอยู่หลายแห่งด้วยกัน ทั้งที่ซุกซ่อนไว้ในที่ต่าง ๆ ก็มีอยู่มาก เราจักต้องไปคาบเอาแก้วมาให้ช่างแก้วนี้สักดวงหนึ่ง

คิดแล้วก็ไปคาบเอาแก้วดวงหนึ่งมาให้ช่างแก้วนั้น ช่างแก้วนั้นก็ดีใจมาก ได้นึกถึงบุญคุณของนางหนู วันหลังเมื่อขายแก้วได้แล้ว จึงไปซื้อเอาเนื้อในตลาด ไปให้นางหนูนั้นกิน นางหนูนั้นก็ขอบใจมาก แล้วได้คาบแก้วมาให้อีกดวงหนึ่ง ฯ เป็นอันว่าช่างแก้วกับนางหนูนั้นต่างก็มีคุณแก่กัน.

*********************************

<<< กลับสู่สารบัญ



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved