ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 12/9/09 at 20:51 Reply With Quote

ฮือฮา..จระเข้แสนรู้ ชาวบ้านอ้างเป็นลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาส ที่จังหวัดชัยภูมิ


ฮือฮา..จระเข้แสนรู้ ชาวบ้านอ้างเป็นลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาส ที่จังหวัดชัยภูมิ

รายงานข่าววันที่ 9 กันยายน 2552

เปิดตัว "จระเข้แสนรู้" อยู่ร่วมกับชาวบ้านอย่างสันติ เผยอดีตเกจิดังที่มรณภาพเอามาเลี้ยงไว้ที่วัดตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ช่วงเกิดน้ำท่วมหลุดจากบ่อไล่เขมือบสัตว์เลี้ยงชาวบ้าน พอถูกจับส่งคืนวัด เลยถูก "หลวงปู่คำ" เกจิดังตัดเกร็ดหางสะกดวิญญาณไม่ให้หนีไปไหนอีก อาศัยอยู่ในบึงหลังวัดจนตัวใหญ่ยาวเกือบ 2 เมตร

บางวันเดินเพ่นพ่านมานอนวางถนน แฉ เคยมีชาวบ้านออกหาปลาเอาฉมวกแทงพลาดถูกตาขวาไอ้เข้บอดสนิท สุดท้ายมือแทงต้องตาบอดไม่ทราบสาเหตุ เลยไม่มีใครกล้าลบหลู่ แถมช่วงสงกรานต์ยังจับแห่ให้รดน้ำดำหัวกันถ้วนหน้า เชื่อเป็นไอ้เข้าศิษย์หลวงปู่คำ ส่วนไอ้เข้เขาใหญ่ ตั้งทีมศึกษาวงจรชีวิต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณบึงหลังวัดดอนไผ่ บ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ หลังมีเสียงร่ำลือหนาหูว่า มีจระเข้อาศัยอยู่ในบึงดังกล่าว แถมเป็นจระเข้แสนรู้ เชื่อง ไม่ดุร้าย หรือไล่ทำร้ายชาวบ้าน ทันทีที่ไปถึง พบจระเข้ตัวใหญ่สีดำว่ายน้ำออกมาจากดงป่าผักตบชวา มาลอยคออยู่กลางบึง โดยมีกลุ่มชาวบ้านคอยมองดูอยู่ใกล้ ๆ ขณะที่ พระครูจันทวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดดอนไผ่ เข้าไปใช้มือลูบจับที่ปากของจระเข้ตัวที่ว่าแบบไม่เกรงกลัวอันตราย

พระครูจันทวราภรณ์ เปิดเผยว่า จระเข้ตัวนี้ยาวเกือบ 2 เมตร น้ำหนักกว่า 70 กก. ผิวออกสีเหลืองคาดดำ เป็นจระเข้พันธุ์น้ำจืด แต่ไม่ทราบชนิดไหน เมื่อสิบปีก่อนที่หลวงปู่คำ เกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนไผ่ ได้เลี้ยงจระเข้ตัวนี้สมัยยังตัวเล็ก ๆ เป็นลูกจระเข้ไว้ที่บ่อปูนในวัด ต่อมาเกิดน้ำท่วมใหญ่ มันหลุดหายออกไปอาละวาด กัดกินสัตว์เลี้ยงและปลาในบ่อที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ชาวบ้านก็ตามจับมาคืนที่วัด

เจ้าอาวาสวัดดอนไผ่ เล่าต่อว่า หลวงปู่คำจึงใช้วิชาอาคมสะกดและตัดเกล็ดปลายหางจระเข้ตัวนี้มาฝังไว้ใต้บันไดกุฏิวัด เพื่อสะกดไม่ให้มันหนีไปไหนอีก จากนั้นก็เอามันมาปล่อยไว้ ในบึงหรือสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ชาวบ้านในชุมชนได้ใช้อาบและดื่มกินมานมนาน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจระเข้ตัวนี้ก็ไม่เคยหนีไปไหนเลยยังคงอาศัยแหวกว่ายหา กินปลาอยู่ในบึงแห่งนี้ และในพื้นที่หมู่บ้านโนนแดง จนตัวใหญ่โตอย่างที่เห็น

แม้ในช่วงน้ำท่วมมันก็ไม่หนีไปไหน ช่วงหน้าหนาวมันก็จะขึ้นมานอนอาบแดดอยู่บนริมตลิ่ง หรือบนถนนปากทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านในชุมชนไม่เคยทำร้ายมัน ถ้าเห็นมันนอนขวางถนนอยู่ ก็จะขี่รถ จยย.หลบหนีไปอีกทางเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อว่าจระเข้ตัว นี้คือลูกศิษย์ตัวโปรดของหลวงปู่คำที่มรณภาพ ไปแล้ว

"ในวันพระใหญ่ มันจะว่ายออกจากวังหรือที่อยู่ของมัน ขึ้นมาเดินเพ่นพ่านอยู่ในบริเวณ วัด อาตมาก็จะให้พระลูกวัดนำอาหารพวกโครงไก่สด ปลาสด ไปให้มันกิน ชาวบ้านบางคนก็จะเอาอาหารมาให้มัฟน บางคนก็มาบนบานขอโชคลาภไปด้วย เพียงแค่เอามือตบลงบนผืนน้ำเบา ๆ มันจะว่ายออกจากวังโผล่ขึ้นมาจากน้ำทันที และบางครั้งก็จะขึ้นมานอนเล่นใต้ต้นไม้ริมรั้วหลังวัด

จระเข้ตัวนี้ไม่มีใครกล้าว่ากล่าวลบหลู่ เพราะเคยมีชาวบ้านที่ออกหาปลาใช้ฉมวกแทงปลา แต่พลาดถูกตาขวามันจนบอดสนิท ผ่านไปไม่นานชาวบ้านรายนี้ก็ประสบเคราะห์กรรม กลายเป็นคนตาบอดโดยไม่ทราบสาเหตุ ชาวบ้านที่นี่เลยเคารพศรัทธาจระเข้ศิษย์หลวงปู่คำตัวนี้มาก ทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชาวบ้านจะพากันจัดขบวนแห่จระเข้ไปรอบหมู่บ้าน เพื่อให้คนใน หมู่บ้านได้รดน้ำดำหัวเพื่อความเป็นสิริมงคล" พระครูจันทวราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา - เดลินิวส์

รายงานข่าวจาก ช่อง 7 วันที่ 11 กันยายน 2552 เวลา 11.25 น

.....เสียงเรียกมา..มา..ของนายขุนทอง วงษ์คำ ผู้ใหญ่บ้านโนนแดง ที่เรียกจระเข้ที่บึงหลังวัดดอนไผ่ บ้านโนนแดง ตำบลโนนแดง อำเภอบ้านเข้วา จังหวัดชัยภูมิ เป็นจระเข้ขนาดใหญ่ ความยาวกว่า 2 เมตร ซึ่งเป็นจระเข้พันธุ์หลวงปู่คำ ที่มีนิสัยเชื่อง แสนรู้ ไม่ดุร้ายหรือทำลายชาวบ้าน

โดยจระเข้ตัวดังกล่าวหลวงปู่คำ เกจิชื่อดังมรณภาพไปแล้ว เป็นผุ้นำมาปล่อยตั้งแต่ตัวยังเล็ก ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่า จระเข้ตัวดังกล่าว เป็นศิษย์หลวงปู่คำ ในช่วงวันพระใหญ่ จะพบว่าจระเข้จะว่ายออกจากวังหรือที่อยุ่ของมัน ขึ้นมาเดินอยู่ในบริเวณวัด ชาวบ้านก็จะนำอาหารมาให้ บางคนก็จะบนบานขอโชคลาภด้วย

นอกจากนี้ ยังเคยมีชาวบ้านออกหาปลา และใช้ฉมวกแทงพลาดถูกตาขวาของจระเข้บดสนิท สุดท้ายมือแทงฉมวกต้องตาบอดโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงทำให้ไม่มีใครกล้าลบหลู่

ที่มา - www.ch7.com



คนแห่ยลโฉมไอ้เข้แสนรู้แน่นวัดดัง

ข่าว “จระเข้” แสนรู้ ยาวประมาณ 2 เมตร ที่เชื่อง ไม่ดุร้าย อาศัยอยู่ในบึงแวง หลังวัดดอนไผ่ บ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ และอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้อย่างสันติมานานหลายปี บางวันก็โผล่จากน้ำเดินขึ้นนอนผึ่งแดดและเพ่นพ่านในหมู่บ้าน โดยไม่ทำร้ายชาวบ้านที่ขี่รถราผ่านไปมา ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นจระเข้ที่มีดวงวิญญาณของหลวงปู่คำ อดีตเจ้าอาวาสและเกจิชื่อดัง ที่มรณภาพไปแล้ว และเป็นผู้นำมาเลี้ยงไว้ สิงสถิตอยู่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดประชาชนจากทั่วสารทิศแห่มายลโฉมและพิสูจน์ความเชื่องและแสนรู้ของมันถึงที่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ประชาชนจากทั่วสารทิศต่างพากันเหมารถยนต์มาดูจระเข้ตัวดังกล่าวที่บึง ขณะที่ นายขนทอง วงศ์คำ อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านโนนแดง หมู่ 5 นำดอกไม้ธูปเทียน ขัน 5 มาทำพิธีบวงสรวงขอขมาดวงวิญญาณหลวงปู่คำ พร้อมทำพิธีเรียกจระเข้ขึ้นมาจากบึง ปรากฏว่าจระเข้ก็ลอยโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ และเดินอาด ๆ ขึ้นมาอวดโฉมอยู่ริมตลิ่ง เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้ารอดู หลายคนไม่กลัว ยังเอาอาหารทั้งไก่สด และอื่น ๆ ไปให้กินถึงปาก บางคนก็มาลูบตัวลูบหัวเล่นอย่างเอ็นดู

นายขุนทอง ผู้ใหญ่บ้านโนนแดง เปิดเผยว่า หลังหนังสือพิมพ์นำเสนอข่าวนี้ออกไป ปรากฏว่ามีรายการจากทีวีช่องต่าง ๆ ติดต่อเพื่อขอพิสูจน์ความเชื่องและความแสนรู้ของมัน เพราะตนเป็นคนแรกที่เปิดเผยเรื่องนี้ ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่ามีดวงวิญญาณของหลวงปู่คำที่มรณภาพสิงสถิตอยู่นั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่ชาวบ้าน ในหมู่บ้านโนนแดง และหมู่บ้านใกล้เคียงต่างให้ความเคารพ ต่างเชื่อแบบนั้น และให้ความเคารพยำเกรงในความศักดิ์สิทธิ์ของจระเข้ตัวนี้มาก

แม้แต่เด็กนักเรียนที่จะไปแข่งขันกีฬาต่างก็จะมาบวงสรวงของพรจากจระเข้ และก็ชนะการแข่งขันจนต้องมาแก้บนที่บริเวณบึงแห่งนี้ บางรายถึงขนาดเชื่อว่าน้ำในบึงหรือสระแห่งนี้เป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์กันเลยทีเดียว และพากันเอาน้ำไปอาบและกินเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ นอกจากนี้ ทาง อบจ.ชัยภูมิ เตรียมพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1764
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved