ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 7/7/11 at 15:18 Reply With Quote

ชาวบ้านตื่น "รอยพญานาค" โผล่ขึ้นบ้าน เกล็ดหลุดเป็นเศษทอง


Go To News Update
Go to News Update
(คลิกลงไปที่ "ข่าวล่าสุด" 27 มกราคม 2558)


แตกตื่น..รอยพญานาคโผล่บนเสื่อน้ำมัน

ภาพข่าว 4 เมษายน 2555 - ไทยรัฐออนไลน์



.......ชาวบ้านหนองคายแตกตื่นรอยประหลาดเชื่อว่าเป็นรอยพญานาค โผล่บนเสื่อน้ำมันกลางบ้าน นำเลขบ้านไปซื้อหวยหุ้นถูกกันทั้งหมู่บ้าน งวดหน้าเตรียมเล่นเลข 22 ...

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2555 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดหนองคายได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดรอยประหลาดซึ่งเชื่อว่าเป็นรอยพญานาคขึ้นบนเสื่อน้ำมัน ภายในบ้านของนายรุ่งโรจน์ วรคันธ์ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 346 หมู่ 9 ต.วัดธาตุ อ.เมือง จ.หนองคาย โดยได้มีชาวบ้านกำลังมุงดูรอยประหลาดกันเป็นจำนวนมาก บางคนมีการกราบไหว้ พร้อมใช้มือลูบรอยที่เกิดขึ้น


สำหรับรอยดังกล่าวมีลักษณะสีเทาดำยาวประมาณ 1 เมตร กว้างประมาณ 3 – 4 นิ้ว เป็นลายริ้ว ลักษณะคล้ายเกล็ดและขา ติดแน่นบนเสื่อน้ำมัน ซึ่งใช้มือลูบไม่ออก โดยนายรุ่งโรจน์ เจ้าของบ้านเล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังนอนอยู่ในบ้านประมาณ 5 ทุ่ม ได้ยินเหมือนมีคนโยนหมอนมาใส่ตนเอง จึงได้ลุกขึ้นแล้วตรวจสอบรอบบ้าน พบว่าประตูหน้าต่างยังปิดสนิท และได้เห็นรอยประหลาดดังกล่าว ซึ่งตอนแรกคิดว่าปลวกขึ้นบ้าน แต่เมื่อเปิดไฟดู พบว่าเป็นรอยที่ติดแน่นอยู่บนเสื่อน้ำมันที่ปูอยู่ภายในบ้าน จึงปลุกให้หลานขึ้นมาดู โดยเชื่อว่ารอยดังกล่าวเป็นรอยพญานาค ที่มาให้โชค และจะไม่ลบออกจะปล่อยไว้ให้หายไปเอง

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านจำนวนมากที่มาดูรอยประหลาดดังกล่าว ได้นำเลขที่บ้านไปซื้อหวยหุ้น คือ 46 และ 63 และถูกกันทั้งหมู่บ้าน ส่วนหวยประจำงวดวันที่ 16 เมษายน 2555 ที่จะถึงนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเล่นหมายเลข 22 ซึ่งขณะนี้ได้พากันไปซื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมไปถึงสลากกันแบ่งรัฐบาลด้วย.



ฟันธง คลิปพญานาค เป็น 'งูใหญ่' ในหนองหาน


ข่าว 1 เมษายน 2555 - ไทยรัฐออนไลน์

.......นายสพสันต์ เพชรคำ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มั่นใจ คลิปพญานาค ไม่ใช่คลื่นแน่นอน ด้าน รองนายก อบจ. บอกเจอมาแล้ว 2 หน เห็นชัดๆ ดำผุดดำว่ายอยู่ใต้น้ำ
...

นักวิชาการฟันธง ภาพที่ปรากฏให้เห็นในหนองหาร ยืนยันเป็นสิ่งมีชีวิต อาจเป็นงู หรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ มั่นใจไม่ใช่เกลียวคลื่นที่เกิดจากธรรมชาติแน่นอน ในขณะที่รองนายก อบจ.สกลนคร ยอมรับเห็นกับตาเป็นครั้งที่สองแล้ว โดยครั้งแรกขณะพาคณะจากเมืองจีนลงเรือชมหนองหาร เผยเตรียมทำพิธีบวงสรวงใหญ่เพื่อขอขมา ย้ำชัดไม่เชื่ออย่าลบหลู่

จากเรื่องราวลึกลับที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ กรณีนายคำรณ หว่างหวังศรี พิธีกรรายการเกษตรฮอตนิวส์ ช่วงเกษตรโลกเกษตรเรา ของไทยทีวีสีช่อง 3 นำภาพถ่ายและเรื่องราวความเหลือเชื่อที่ประสบพบเห็นมากับตาตัวเอง ขณะนำคณะลงเรือท่องเที่ยวของนายสันติ ไชยยศ รองนายก อบจ.สกลนคร ไปถ่ายทำบรรยากาศตะวันรอนที่หนองหาร จ.สกลนคร เป็นภาพเกลียวคลื่นยาวประมาณ 20 เมตร สูง 30 เซนติเมตร ไหลผ่านตัวเรือของคณะถ่ายทำ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ร่วมเดินทาง จนต้องยกเลิกการถ่ายทำ โดยผู้ร่วมคณะบางคนเชื่อว่าเป็น “พญานาค” โผล่มาแสดงปาฏิหาริย์ พร้อมเอาน้ำมาลูบหัวเพื่อความเป็นสิริมงคล กลายเป็นเรื่องฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ตำนาน “พญานาค” ถูกเล่าขานกันมาหลายชั่วอายุคน แต่ก็ไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายสพสันต์ เพชรคำ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เท่าที่เห็นจากภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว สิ่งที่ลอยขนานขึ้นมากับเรือนั้น มันไม่ใช่คลื่นที่เกิดขึ้นมากับเรืออย่างแน่นอน คลื่นลมในหนองหารอาจจะเกิดขึ้นได้ก็จริง แต่ปรากฏการณ์ที่เห็นจากภาพอาจเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ หรืองูใหญ่ก็ได้ หรืออาจจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยอยู่ในน้ำหนองหารก็ได้ คณะที่เห็นก็ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำของคลื่นในหนองหาร ถ้าจะเชื่อมโยงความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค หลายคนเข้าใจดีว่าเป็นความเชื่อในอุดมคติของคนในลุ่มน้ำโขงอยู่แล้ว

นายสพสันต์ เปิดเผยอีกว่า ในตำนานอุรังคนิทาน มีการพูดถึงกำเนิดของเมืองสกลนคร เกิดจากการกระทำของพญานาค หรือแม้แต่แม่น้ำต่างๆในลุ่มน้ำโขง หรือแหล่งน้ำ ส่วนมากก็ล้วนเกิดจากพญานาคแทบทั้งสิ้น แม่น้ำชีก็มีชื่อว่าชีวนาค แม่น้ำมูลก็ชื่อว่าคณะมูลนาค หรือแม้แต่แม่น้ำงึ้ม แม่น้ำเงือก แม่น้ำงูอะไรต่างๆ ชื่อที่ปรากฏก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับพญานาคทั้งสิ้น เพราะพญานาคคือความเชื่อของคนท้องถิ่นที่เข้ามาจากประเทศอินเดีย ขอฟันธงว่าสิ่งที่เห็นจากภาพที่ช่างภาพถ่ายมา ลักษณะเหมือนกับสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในน้ำ อาจจะเห็นสันหลังโผล่ขึ้นมานิดหนึ่ง แต่จะไม่เห็นส่วนหัว ช่างภาพที่ถ่ายก็อธิบายแล้วว่าทุกคนก็ตกตะลึงกันว่ามันเป็นอะไรกันแน่

ด้านนายสันติ ไชยยศ รองนายก อบจ.สกลนคร กล่าวว่า วันดังกล่าวได้พานายคำรณ หว่างหวังศรี ไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับการเกษตรโลกเกษตรเรา โดยล่องเรือลงไปในหนองหารเพื่อดูพระอาทิตย์ตกดิน หรือดูตะวันรอนที่หนองหาร นายคำรณได้สอบถามเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของหนองหาร ก็ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของหนองหาร ซึ่งเป็นตำนานของผาแดงนางไอ่ ก็คุยกันไปได้พักใหญ่ ระหว่างนั้นหนึ่งในทีมงานเห็นเงาบางสิ่งผุดขึ้นเหนือผิวน้ำก็เลยให้ทีมงานถ่ายภาพนิ่งแล้วก็ภาพเคลื่อนไหว พูดแล้วก็ตกใจ เพราะว่าสิ่งที่เห็นไม่ได้อยู่ในความคิด ตนเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกตอนที่ต้อนรับคณะมาจากประเทศจีน มาติดต่อเรื่องยางพาราที่สกลนคร ในครั้งนั้นได้นำคณะจากจีนลงเรือพร้อม ผวจ.สกลนคร เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

นายสันติกล่าวอีกว่า พูดไปแล้วก็ไม่ทราบว่าเป็นไปได้ยังไง อยู่ๆก็มีเกลียวคลื่น มันเหมือนกับสัตว์ขนาดใหญ่ดำผุดดำว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำ ขณะนั้นเรือก็จอดนิ่ง เพราะว่าเป็นตอนที่ถ่ายทำ ตัวคลื่นก็อยู่ใกล้ๆเรือ ห่างกันประมาณ 10 เมตร วิ่งมาใกล้ๆเรือ แต่ไม่เห็นอะไรชัดเจน ดูลักษณะคล้ายกับที่เห็นในบึงโขงหลง ตอนแรกทีมงานตั้งใจจะไปต่อที่ดอนสวรรค์ แต่พอเห็นแล้วก็ทุกคนก็ขนลุกซู่ ไม่กล้าเดินทางต่อ ทุกคนเลือกจะเดินทางกลับ คิดว่าน่าจะมีการบวงสรวง หรือทำพิธีขอขมา สิ่งที่ปรากฏเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เราจะต้องไปบวงสรวง อย่างน้อยก็เป็นครั้งหนึ่งที่ได้เจอปรากฏการณ์อย่างนี้ ต้องเชื่อไว้ก่อน ไม่กล้าลบหลู่ เพราะเป็นตำนานของเมืองสกลนคร อีกอย่างเรือของตนก่อนจะลงสู่หนองหาร หลายคนทักให้ทำพิธีบวงสรวงก่อน แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้บวงสรวง เกรงว่าจะเกิดเหตุอาเพศก่อน



พญานาคหนองหาน นักวิชาการยัน..ไม่ใช่เกลียวคลื่น


.......จากกรณีที่ ทีมงานรายการ เกษตรฮอทนิวส์ ในเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง 3 สามารถบันทึกภาพหตุการณ์ประหลาด ระหว่างถ่ายทำรายการ เมื่อน้ำในทะเลสาบหนองหานกลายเป็นคลื่นม้วนความยาวประมาณ 20 เมตร สูง 30 เซนติเมตร ไหลผ่านตัวเรือที่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ซึ่งตามคำโบราณเชื่อว่า เกิดจากการกระทำของพญานาค ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดนายสพสันต์ เพชรคำ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้เผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า สิ่งที่ปรากฎไม่ใช่เกลียวคลื่นที่เกิดจากธรรมชาติแน่นอน เพราะเท่าที่เห็นจากภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว สิ่งที่ลอยขนานขึ้นมากับเรือนั้น มันไม่ใช่คลื่นที่เกิดขึ้นมากับเรือ ซึ่งขณะนั้นเรือก็จอดนิ่ง เนื่องจากอยู่ในช่วงถ่ายทำรายการอยู่ จึงทำให้ตนมั่นใจว่าภาพที่เห็นต้องเป็นสิ่งมีชีวิต อาจเป็นงู หรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ที่อาศัยอยู่ในบึงดังกล่าวก็เป็นได้

ด้านนายสันติ ไชยยศ รองนายก อบจ.สกลนคร กล่าวว่า พูดไปแล้วก็ไม่ทราบว่าเป็นไปได้ยังไง อยู่ๆก็มีเกลียวคลื่น มันเหมือนกับสัตว์ขนาดใหญ่ดำผุดดำว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำ ดูลักษณะคล้ายกับที่เห็นในบึงโขงหลง ตอนแรกทีมงานตั้งใจจะไปต่อที่ดอนสวรรค์ แต่พอเห็นแล้วก็ทุกคนก็ขนลุกซู่ ไม่กล้าเดิน ทุกคนจึงเลือกจะเดินทางกลับ อีกทั้งคิดว่าน่าจะมีการบวงสรวง หรือทำพิธีขอขมา เพราะสิ่งที่ปรากฏเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ต้องเชื่อไว้ก่อน ไม่กล้าลบหลู่ เพราะเป็นตำนานของเมืองจังหวัด.




พญานาค..โผล่กลางหนองหาน

ขณะ "คำรณ หว่างหวังศรี" ถ่ายทำรายการ ยาวกว่า 20 เมตร



(คลิปข่าวจาก - เรื่องเล่าเช้านี้ 30 มีนาคม 2555)


.......พญานาคแสดงปาฏิหารย์กลางหนองหาร ขณะคำรณ หว่างหวังศรี พิธีกรรายการ เกษตรฮ็อทนิวส์ ช่วงเกษตรโลก เกษตรเรา ทางไทยทีวีสี ช่อง 3 ปรากฏขึ้นมาให้เห็นจะจะห่างไม่เกิน 10 เมตร ขณะที่รองนายก อบจ.เล่าเรื่องตำนานหนองหาร ให้ฟัง ทุกคนถึงกับตะลึง เพราะ จู่ๆน้ำที่สงบนิ่ง กลับเป็นลอนเคลื่อนม้วนขึ้นมาลอยเหนือน้ำ ยาวกว่า 20 เมตร สูง 30 ซม. คำรณ ต้องสั่งเลิกถ่ายกลางคัน

เหตุการณ์พญานาค โผล่ขึ้นมากลางหนองหาร ขณะถ่ายทำรายการของพิธีกรชื่อดัง คำรณ หว่างหวังศรี เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 มีนาคม 2555 นายคำรณ หว่างหวังศรี พิธรกรรายการ เกษตรฮ็อทนิวส์ ช่วงเกษตรโลกเกษตรเรา พร้อมทีมงานรวม 9 คน ได้นั่งเรือท่องเที่ยวซึ่งเป็นเรือ 2 เครื่องยนต์ ของนายสันติ ไชยยศ รอง นายก อบจ.สกลนคร ออกไปถ่ายทำบรรยากาศตะวันรอนที่หนองหาร โดยมี นายประทวน ขจรวุฒินันท์ ผู้สื่อข่าว ไทยทีวีสี ช่อง 7 ตามไปด้วย

โดยจะล่องเรือไปที่ดอนสวรรค์ ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่ง ประมาณ 4 กม. ชมเกาะแก่งต่างๆซึ่งมีหลายสิบเกาะ ท่ามกลางพื้นที่น้ำ 74,000 ไร่ ขณะกำลังล่องเรือชมทัศนียภาพความงดงามของหนองหาร และบรรยากาศตะวันที่หนองหาร นายสันติ ไชยยศ รอง นายก อบจ.ฯ ได้จอดเรือสงบนิ่งและเล่าประวัติความเป็นมา รวมทั้งตำนานการเกิดหนองหารให้ฟัง รวมไปถึงประวัติของท้าวผาแดง นาไอ่ ที่มีตำนานเกี่ยวเนื่องกับพญานาค กับการเป็นมูลเหตุของการก่อสร้างเมืองสกลนคร จนเป็นเรื่องเล่าขานกันมา

ซึ่งระหว่างที่ พิธีกร คุณคำรณ หว่างหวังศรี และ คุณสันติ ไชยยศ กำลัง บันทึกรายการ และกล่างถึงประวัติความเป็นมากลางทะเลสาปหนองหารอยู่นั้น คุณประทวน ขจรวุฒินันท์ ที่ลังสังเกตุการณ์การถ่ายทำรายการ ท่ามกลางน้ำสงบนิ่ง จู่ๆก็ปรากฏเห็นภาพ ที่ต้องทำให้ขนลุก เพราะด้านหลังฉากที่กำลังบันทึกภาพอยู่นั้น ก็เห็นน้ำลักษณะคลื่นถูกแรงกระทำจากวัตถุบางอย่างเป็นคลื่นม้วนไปขึ้นมา มีความยาว ประมาณ 20 เมตรสูง 30 เซนติเมตร และไหลผ่านตัวเรือห่างประมาณ 10 เมตร

โดยขณะนั้นก็ต้องกระโกนบอกให้ทุกคนได้หันไปมากับภาพที่เกิดขึ้นและเก็บภาพไว้ในทันที สร้างความมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกลางทะเลสาปหนองหาร ในขณะดวงอาทิตย์กำลังตกดิน จึงวิเคราะห์สาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุใดทุกคนยังหาคำตอบไม่ได้ แต่เวลานั้นไม่ใช่เวลาหาปลาของคนสกลนคร แม้แต่น้อยและไม่มีเรือหาปลาหรือเรือหางยาวในบริเวณนั้นแล่นผ่านแต่อย่างใดตั้งแต่ นำเรือวนรอบเกาะดอนสวรรค์ บันทึกภาพภูมิทัฒน์ หนองหารจนกระทั่งเรือจอดสงบนิ่งเพื่อบันทึกเทป

และจากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ ที่อาศัยอยู่กับหนองหาร เปิดเผยว่า สกลนคร ตามความเชื่อที่ว่าแต่เดิมขอมปกครองเมืองนี้มาก่อน ยังปรกกฏในตำนานนิทานพื้นบ้านเล่าสืบกันมาจนทุกวันนี้คือ ตำนานฟานด่อนหรือเก้งเผือกและนิทานเรื่องกะฮอกด่อน หรือกระรอกเผือก ตำนานฟานด่อนเป็นตำนานที่ปรากฏอยู่ในหนังสืออุรังคนิทาน เป็นเรื่องอธิบายสาเหตุที่เมืองเก่าซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณท่านางอาบ บ้านท่าศาลา บ้านน้ำพุ ริมหนองหารถล่มล่มลงในหนองหารและแล้วมีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่บริเวณองค์พระธาตุเชิงชุมอีกฝั่งหนึ่งของหนองหารในปัจจุบัน โดยพระยาสุวรรณภิงคารโอรสพญาขอมตำนานเรื่องนี้ ยังมีความสอดคล้องกับชื่อหมู่บ้านอีกหลายแห่งริมหนองหาร

จึงทำให้ผู้คนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงจนถือกันว่า เมื่ออยู่ในหนองหารไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้จะได้รับอันตราย เรือจะล่ม ถูกเงือกทำร้าย หรือหาปลาไม่ได้ผลในส่วนนิทานกะฮอกด่อน แม้ว่าจะเป็นการอธิบายการเกิดหนองน้ำขนาดใหญ่ทั่วไปก็ตาม แต่ชาวสกลนครก็เชื่อว่านิทานเรื่องนี้เป็นที่มาของการถล่มทลายหนองหาร ซึ่งเกิดการกระทำของพญานาคจนเมืองถล่ม จากโกรธแค้นชาวเมืองสกลนครที่จับลูกของชายไปฆ่ากินสำหรับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวยังมีเหตุการณ์ แปลกประหลาดครั้งอดีต ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ได้แถลงข่าวการจัดงานโคขุนเมื่อปีที่ผ่านมา ที่ริมหนองหาร พิธีก็ได้เอ่ยถึงตำนานผาแดงนางไอ่ พยานาค เมืองสกลนคร ก็เกิดลม ฝน ขึ้นมาทันที จนกระทั่ง ต้องหยุดพูด ฟ้าฝนก็กลับมาสู่ปกติ

โดยคุณคำรณ หว่างหวังศรี กล่าวว่า เหนือสิ่งใดก็แล้วแต่การเดินทางมาครั้งนี้ก็ไม่ได้มาลบลู่แต่อย่างใด และทราบมาจากคนสกลนคร ว่าหากลงเรือห้ามพูดเรื่องนี้โดยเด็ดขาด ที่รู้มาจากคนหาปลา เพราะมีเหตุการณ์ฟ้าฝน ลมแรงเกิดขึ้นหากเอ่ยเรื่องนี้ ที่จริงทีมงานทุกคนไม่อยากจะเอาเรื่องนี้มาพูด กระทั่งวันนี้จึงได้มาเปิดเผยเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่คนอีสานเคาระและศรัทธายังคงทำสิ่งที่เหนือธรรมชาติให้รู้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังปกปักรักษาพื้นหนองหารและองค์พระธาตุเชิงชุม ของชาวสกลนครสืบไป

ในขณะที่ยายเมี้ยน พิธีกรคู่ ได้กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ คุณประทวน ซึ่งสนิทกัน และเอากล้องไปด้วย หลังจากหายตกตะลึงแล้ว จึงยกกล้องถ่าย แต่เป็นช่วงท้าย เพราะช่วงแรกลอนคลื่นสูงถึง 1 เมตร ขึ้นมาแล้วก็ลงไปสลับอยู่นานถึง 3 นาที ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็น เพราะตนเองแอนตี้เรื่องนี้ และไม่เชื่อ แต่เมื่อได้มาเห็นแล้ว รู้สึกว่าเป็นโชคดี เพราะคนสกลนคร ส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น เมื่อได้เห็นแล้ว ตนเชื่ออย่างสนิทใจว่า ต้องเป็นพญานาคอย่างแน่นอน ตนจึงนำน้ำขึ้นลูบหัวและลำตัว เพราะถือว่าเป็นน้ำมนต์ที่พญานาคนำมาให้ และหลังจากไปนอนแล้วหลับสนิท หายปวดแข้งขาทั้งที่เคยนอนกระสับกระส่ายเพราะแปลกที่ นับว่าเป็นโชดีของตน เรียกว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่


รายงานข่าว - นรากร เวชกามา สกลนคร 77.nationchannel.com



รอง นายก อบจ.สกลนคร เตรียมทำพิธีขอขมาพระแม่คงคาและพญานาคหลังโผล่ให้เห็นกลางหนองหารเมื่อวานนี้ เกรงจะเกิดเหตุอาเพศ

นายสันติ ชัยยศ รอง นายก อบจ.สกลนคร เล่าว่าเหตุการณ์พญานาคโผล่ขึ้นมากลางหนองหารที่เกิดขึ้นขณะพาทีมงานของ นายคำรณ หว่างหวังศรี รายการเกษตรโลก เกษตรเรา ล่องเรือไปดูพระอาทิตย์ตกดิน หรือ ดูตะวันรอนที่หนองหาร เมื่อวานนี้ ขณะพูดคุยถึงประวัติความเป็นมาของหนองหาร ทีมงานได้สังเกตเห็นเงาบางอย่างผุดขึ้นเหนือผิวน้ำ จึงไปถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้

ซึ่งทุกคนต่างประหลาดใจเพราะขณะนั้นเรือก็จอดนิ่ง น้ำในหนองหารก็นิ่ง จะเกิดคลื่นได้อย่างไร ซึ่งคลื่นดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกับสัตว์ตัวใหญ่ดำผุดดำว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำ คลื่นเป็นเกลียวติดต่อกันประมาณ 6-7 เมตร ดำขึ้นดำลงสูงจากน้ำประมาณ 30 เมตร ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และตนเองเจอเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่ต้อนรับคณะมาจากประเทศจีนซึ่งได้พาล่องเรือพร้อมผู้ว่าฯ สกลนคร

นายสันติ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เหลือเชื่อ อย่างน้อยก็เป็นครั้งหนึ่งที่ได้เจอปรากฏการณ์อย่างนี้ ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนไม่กล้าลบหลู่ เพราะเป็นตำนานของเมืองสกลนคร ซึ่งก่อนจะพาทีมงานข่าวลงเรือล่องหนองหาร หลายคนทักให้ทำพิธีบวงสรวงก่อน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้บวงสรวง เกรงว่าจะเกิดเหตุอาเพศขึ้นมาเสียก่อน จึงมีแนวคิดจะทำพิธีบวงสรวง

ด้าน ดร.สพสันต์ เพชรคำ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร กล่าวว่า สิ่งที่ลอยขนานขึ้นมากับเรือนั้นไม่ใช่คลื่นที่เกิดจากเรืออย่างแน่นอน แต่ปรากกฏการณ์ที่เห็นจากภาพอาจจะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ หรืออาจจะเป็นงูใหญ่ก็ได้ หรืออาจจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่อาสัยอยู่ในน้ำหนองหารก็ได้ หรืออาจจะเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค

ซึ่งความเชื่อในอุดมคติของคนในลุ่มน้ำโขงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเห็นจากตำนานในตำนานอุรังคนิทาน เป็นตำนานที่พูดถึงการกำเนิดของเมืองสกลนคร ซึ่งเกิดจากการกระทำของพญานาคหรือแม้แต่แม่น้ำต่างๆ ในลุ่มน้ำโขง หรือแหล่งน้ำส่วนมากก็ล้วนเกิดจากพญานาคแทบทั้งสิ้น แม่น้ำชีก็มีชื่อว่าชีวนาค แม่น้ำมูลก็ชื่อว่าคณะมูลนาค หรือแม้แต่แม่น้ำงึ้มแม่น้ำเงือกแม่น้ำงูอะไรต่างๆ ชื่อที่ปรากฏก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับนาคทั้งสิ้น เพราะนาคคืออะไร นาคก็คือความเชื่อของคนท้องถิ่นที่มาจากประเทศอินเดีย


ภาพข่าว - krobkruakao.com



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 1/9/11 at 09:42 Reply With Quote


ตื่นพญานาคโผล่..แปลงกายเป็นงูยักษ์สีดำว่ายน้ำ



ร่างทรงโผล่ อ้างเคยส่งกระแสจิตตามไปดู ตะลึงใต้สระมีเมืองบาดาล มีพญานาคอาศัยอยู่ ปรากฏตัวให้เห็นเพื่อโปรดมนุษย์ ประทานพร และรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

......วันนี้ (25 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่บ้านทุ่งแฝก หมู่ 3 ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีชาวบ้านอ้างว่าได้เห็นสัตว์คล้ายพญานาค โผล่กลางสระน้ำร้าง จึงเดินทางตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสระน้ำมีขนาดความกว้างกว่า 40 ไร่ โดยมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ทราบข่าวได้มายืนจับกลุ่มรอดู พร้อมกับนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอโชคลาภกันหนาตา

นางสุวิมล เล็กเจริญ อายุ52 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฯ เล่าว่า สระน้ำดังกล่าวตนเป็นผู้ดูแลอยู่ แต่เดิมจะมีผู้รับเหมาขุดทรายในบ่อไปขาย แต่ปัจจุบันไม่ได้ขุดทรายมากว่า 2 ปีแล้ว ปกติแล้วน้ำในสระจะขุ่น มีสีเหลือง แต่เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา น้ำในสระได้เปลี่ยนจากสีเหลืองมาเป็นสีเขียว มีความใสมากกว่าเดิม และเมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีชาวบ้านสองแม่ลูกชื่อ นางบรรจง ฉลอง อายุ 45 ปี และ นายศุภโชค ฉลอง อายุ17 ปี บ้านอยู่ ต.หนองเหียง ได้ผ่านมาบริเวณสระน้ำดังกล่าว และได้มองเห็นสิ่งประหลาดโผล่กลางสระน้ำ ส่วนบนลักษณะเป็นสีแดง มียอดแหลมคล้ายหงอนไก่ ตอนแรกคิดว่าเป็นศาลพระภูมิตั้งอยู่กลางสระน้ำ จึงนำเรื่องไปบอกเล่าในหมู่บ้าน แต่เมื่อเดินย้อนกลับมาดูอีกครั้งก็ไม่เห็นแล้ว

นางสุวิมล กล่าวอีกว่า เมื่อช่วงหัวค่ำหลายวันก่อน ตนเคยเห็นแสงไฟพุ่งขึ้นจากในสระน้ำ จำนวน 2 ครั้ง และยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่พบเห็นว่ากลางสระน้ำ มีคลื่นลักษณะคล้ายงูยักษ์สีดำ แหวกว่ายน้ำอยู่ในสระเป็นทางยาวแล้วก็หายไป อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวได้เฝ้าสังเกตการณ์แต่ก็ไม่พบสัตว์คล้ายพญานาคโผล่ขึ้นมาแหวกว่ายน้ำในสระน้ำร้างให้เห็นแต่อย่างใด พบเพียงชาวบ้านและประชาชนที่แห่กันมาเฝ้าดูอยู่ข้างบ่อน้ำตลอดเวลาเท่านั้น

ทางด้าน นายฆเชณร์เทพ อึ้งเจริญสถาพร ซึ่งเป็นร่างทรงศาลเจ้าพ่อเก็กเทียนเก็ง นาจาไท้จื้อ สวนผัก ต.บ้านช้าง อ้างว่า เคยสื่อกระแสจิตตามไปดูพบว่า ใต้สระน้ำในส่วนลึกๆจะคล้ายประสาทหิน หรือเมืองบาดาล มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือ พญานาค อาศัยอยู่ จุดประสงค์ที่ปรากฏตัวออกมาให้ชาวบ้านพบเห็นก็เพื่อเป็นการโปรดมนุษย์ และประทานพร รักษาโรคตามจิตอธิฐาน ซึ่งคงจะอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยในคืนวันเพ็ญช่วงประมาณ 01.00-02.00 น.จะปรากฏร่างให้ได้เห็นในบางครั้ง และอาจมีปาฏิหาริย์ได้เห็นลูกไฟได้ในบางโอกาสด้วย.


ภาพข่าว - วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 เวลา 15:49 น. - dailynewsonline



ข่าว "รอยพญานาค" ขึ้นบนหลังคารถ



ข่าวจาก - เรื่องเล่าเช้านี้ วันที่ 29 ก.พ. 55



ตลึง "รอยพญานาค" ขึ้นบ้านที่สุขุมวิท กรุงเทพฯ..!!!

ข่าว..เช้าวันใหม่ : 1 ก.ย. 2554


.......วันที่ 31 สค. 2554 เมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีผู้พบร่องรอยประหลาดคล้ายพญานาคเลื้อยอยู่ในห้องพระบ้าน ซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.จากการตรวจสอบในห้องพระบนชั้นที่ 3 ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 25 ตารางเมตร พบร่องรอยคล้ายคราบโคลนซึ่งเกิดจากการเลื้อยไปมาของสัตว์เลื้อยคลานเกิดขึ้นบริเวณใต้โต๊ะหมู่บูชา

โดยรอยดังกล่าวได้เลื้อยขึ้นไปบนกำแพงห้องด้านหลังโต๊ะหมู่บูชาทั้งด้านซ้ายและด้านขวาด้วย มีชาวบ้านที่ทราบข่าวแห่มาดูแน่นขจัดพร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่า น่าจะเป็นปาฏิหาริย์ของพ่อปู่พญานาคราช ที่ คุณสำอาง ศรัทธาและกราบไหว้บูชามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552

จากการสอบถามนางสำอาง กล่าวว่า ปกติเป็นคนไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ แต่ชอบเดินสายทำบุญกระทั่งช่วงออกพรรษาปี พ.ศ.2552 มีเพื่อนพาไปทอดกฐินที่วัดซับไพเราะ ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีหลวงตาสมชาย ตะปะสี เป็นเจ้าอาวาส เมื่อเดินทางไปถึงก็พบว่ามีรถเก๋งของลูกศิษย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นชาว จ.ชุมพร มาจอดอยู่บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส โดยที่ฝากระโปรงหน้ารถมีร่องรอยประหลาดคล้ายพญานาคเลื้อยติดอยู่


อีกทั้งเมื่อตนเดินขึ้นไปบนกุฏิก็เห็นร่องรอยลักษณะเดียวกันติดอยู่เสาของกุฏิ สอบถามชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นอิทธิปาฏิหาริย์ของพ่อปู่พญานาคราชที่มาปรากฏกายให้เห็น นอกจากนั้นยังมีผู้ให้ข้อมูลด้วยว่า ร่องรอยในลักษณะเดียวกันนี้มักไปปรากฏให้เห็นในบ้านพักของหมู่ลูกศิษย์หลวงพ่อสมชาย ที่หมั่นทำบุญสร้างความดีและสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำอีกด้วย

นางสำอางกล่าวอีกว่า จากนั้นเมื่อตนเดินเข้าไปไหว้พระประธานในโบสถ์ก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นร่อยรอยของพ่อปู่พญานาคราช เลื้อยติดตามกำแพงโบสถ์เต็มไปหมด จึงตัดสินใจเช่าบูชารูปถ่ายหลวงพ่อสมชาย รูปถ่ายรอยพ่อปู่พญานาคราชตามกำแพงโบสถ์และเสากุฏิ และรูปหล่อพญานาคราชมากลับตั้งบูชาที่บ้านพัก แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้นตนไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับการสวดมนต์กราบไหว้บูชาสักเท่าไหร่ เพราะต้องดูแลธุรกิจร้านอาหาร จำนวน 2 แห่ง จึงได้แต่นำวัตถุมงคลทั้งหมดตั้งรวมกับพระพุทธรูปบนหิ้งพระชั้นที่ 3 ของตัวบ้าน ประกอบกับช่วงเวลานั้นห้องพระบ้านตนใช้เป็นห้องนอนของลูกสาวด้วยเลยไม่สะดวกหากจะทำพิธีจุดธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เมื่อช่วงเวลา 03.00 น.ที่ผ่านมา ตนกลับจากร้านอาหารขึ้นไปเปิดไฟบนห้องพระก็เห็นร่องรอยของพ่อปู่พญานาคราช มาแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นเต็มไปหมดทีแรกรู้สึกตกใจมากนึกไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นกลับตัวเราจึงโทรศัพท์ไปปรึกษากับลูกศิษย์เอกของหลวงพ่อสมชาย ได้คำตอบว่าที่ผ่านมาเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในหมู่ลูกศิษย์ถ้าใครไม่เจอกับตัวเองก็จะไม่เชื่อ ตอนนี้ถือว่าเราปฏิบัติดีแล้วก็ขอให้ทำดีต่อไปเพื่อความเป็นศิริมงคลของชีวิต” คุณสำอาง กล่าวด้วยความปลื้มปิติ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อได้เจอกับปาฏิหาริย์กับตัวเองแบบนี้ คุณสำอาง ตอบว่า จะทำบุญรักษาศีลและหมั่นสวดมนต์ไหว้พระต่อไป และจะพยายามหาเวลาไปกราบหลวงพ่อสมชาย ที่วัดซับไพเราะให้เร็วที่สุด อย่างน้อยถ้าช่วงนี้ไม่ได้ไปก็จะต้องไปร่วมงานทอดกฐินที่วัดในช่วงออกพรรษาประจำปีนี้อย่างแน่นอน




แตกตื่น..'รอยพญานาค' ปรากฏในคืนวันโกนเชื่อมาให้โชค




ภาพข่าว..ไทยรัฐออนไลน์ : 31 ส.ค. 2554

........ชาวกำแพงเพชรแตกตื่น! รอย "พญานาค" บนพื้นดินใต้ถุนบ้านคุณตาวัย 64 ปี ลักษณะเหมือนเลื้อยวนเวียนไปมาคล้ายลายไทยสวยงาม เจ้าของบ้านเผยรอยดังกล่าวปรากฏในคืนวันโกนต่อเช้าวันพระ ชาวบ้านเชื่อให้โชคลาภ...


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากดาบตำรวจรักษาสิทธิ์ กิตติขจร หัวหน้าสายตรวจ ต.โป่งน้ำร้อน อ.เมือง จ.กำแพงเพชรว่า พบรอยประหลาดเกิดขึ้นที่บ้านของนายแถว ตุ้ยสา อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/4 ม.ที่ 2 ต.โป่งน้ำร้อน อ.เมือง จ.กำแพงเพชร และมีชาวบ้านไปมุงดูกันจำนวนมาก โดยพากันร่ำลือว่าเป็นรอยพญานาค


จากการเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าบ้านที่เกิดรอยประหลาดเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด นายแถว เจ้าของบ้านพาไปดูที่ใต้ถุนบ้านซึ่งเป็นพื้นดินทราย โดยบริเวณดังกล่าวมีแคร่สำหรับวางอุปกรณ์ทางเกษตร ปุ๋ยยา นอกจากนั้น ยังเป็นที่จอดรถอีต๊อกสำหรับไถนา รวมถึงรถจักยานยนต์ที่จอดรวมกันอยู่ โดยมีชาวบ้านมายืนมุงดูที่พื้นดินซึ่งเจ้าของบ้านได้นำเชือกมาล้อมวงไว้ห้ามคนเข้าไปเหยียบเพราะเกรงรอยประหลาดจะเลือนไป

ทั้งนี้ โดยที่พื้นดินพบรอยประหลาด ขนาดความกว้างประมาณ 4 นิ้ว ลวดลายคล้ายกับลายไทยสวยงาม ลาย และความกว้างความลึกมีความสม่ำเสมอเท่ากันหมด ลักษณะเหมือนเลื้อยวนไปวนมาอยู่บนพื้นหลายรอบเพราะบางรอยเลื้อยทับกันก็มี กินเนื้อที่ประมาณ 2 เมตรคูณ 2 เมตร จากนั้นรอยประหลาดก็หายไปใต้รถอีต๊อก ส่วนรอบๆ บ้านซึ่งเป็นพื้นดินเหมือกันกลับไม่พบเห็นรอยดังกล่าว



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 1/3/12 at 19:35 Reply With Quote


ชาวศรีสะเกษ ตื่น..แห่กราบไหว้ไข่ประหลาด เชื่อเป็นไข่พญานาค



ข่าวจาก thairath.co.th - 29 กรกฎาคม 2554

........ชาวบ้าน ต.พรหมสวัสดิ์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ แตกตื่นหลังทราบข่าวพบไข่ประหลาดจำนวน 78 ฟอง เชื่อว่าเป็นไข่พระยานาค ชาวบ้านแห่มากราบไหว้ถ่ายรูปกันคึกคัก...


เมื่อวันที่ 28 ก.ค.54 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเปือย ม. 19 ต.พรหมสวัสดิ์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งว่ามีพบเห็นไข่พระยานาค เมื่อไปถึงพบมีประชาชนมายืนรอเพื่อจะขอดูไข่พระยานาคเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อผู้สื่อข่าวขอเข้าไปดูพบลักษณะไข่เป็นรูปกลมๆนิ่มๆเหมือนกับวุ้น มีหลายสีขนาดเท่าหัวนิ้วมือ จำนวน 78 ฟอง ชาวบ้านหลายคนพากันกราบไหว้บ้างคนก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป

นางสุวรรณา เกศา อายุ 27 ปี มีอาชีพรับซื้อของเก่าและเป็นเจ้าของบ้านหลังที่พบไข่ที่ชาวบ้านลือกันว่า เป็นไข่พระยานาคได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนพึ่งมาพักอยู่บ้านหลังนี้ได้ไม่นานตั้งแต่ตนมาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ ก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีงูเจ้าคอยมาดูแลอยู่ตลอดเวลาก่อนตนจะไปทำงานและหลัง กลับมาจากทำงานจะมีงูเลื้อยผ่านหน้ารถอยู่ทุกครั้ง พอเมื่อช่วงเช้าวันนี้ลูกสาวเห็นกองไข่ดังกล่าวแล้วบอกแม่ให้มาดูลูกเห็บตก แต่ตนไม่สนใจ

เจ้าของบ้านหลังที่พบไข่ กล่าวอีกว่า ต่อมาลูกชายกลับมาบอกแม่อีกครั้งว่า แม่ทำไมไข่มันมีหลายสีตนจึงไปดูแล้ว คิดว่าว่าแค่ไข่หอยทาก ตนเอาไปล้างน้ำแล้วเห็นมันทำไมมีหลายสีขนาดนี้เลยเอาไปให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน ช่วยกันดูคนในหมู่บ้านส่วนมากต่างบอกกันว่าเป็นไข่พระยานาคตนเลยเอากลับมา ไว้ที่บ้านแล้วจุดธูปเทียนบอกกล่าวให้เจ้าที่เจ้าทางให้ได้รับรู้เอาไว้

นางสุวรรณา กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นตนยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร แต่ตนจะยังเก็บรักษาไว้จะถึงช่วงออกพรรษาแล้วถึงจะนำไปตรวจสอบอีกครั้งต่อไป



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 17/4/12 at 10:04 Reply With Quote


ตะลึง ! พญานาคโผล่ 'หนองหาร' แสงระยิบระยับนาน 5 นาที



........นักท่องเท่ียวกว่า 30 ชีวิต ล่องเรือทำบุญหนองหาร ตกตะลึงเมื่อเห็นคลื่นน้ำเป็นเกลียวโผล่ขึ้นเหนือน้ำ ยาว 100 เมตร นานกว่า 5 นาที มีสีเงินสีทองระยิบระยับลักษณะคล้ายครีบ เชื่อปู่พญานาคแสดงอภินิหาร ต่างพนมมือไหว้ท่วมหัว ขณะที่รอง ผวจ.สกลนคร นำคลิปเหตุการณ์มาดูด้วยความสนใจ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 16 เม.ย.2555 ขณะที่นายทวีพงษ์ นวานุช อดีตข้าราชการครู และประธานชมรมคนรักหนองหาร จ.สกลนคร ได้พานักท่องเที่ยวกว่า 30 ชีวิต ลงท่องบึงหนองหาร อ.เมือง จ.สกลนคร เพื่อไปทำบุญที่เกาะดอนสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่กลางบึงหนองหาร ขณะที่เรือแล่นไปใกล้เกาะดอนสวรรค์อีก 1 กม. ปรากฏมีคลื่นน้ำเป็นเกลียวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำสูงประมาณ 40 ซม. ยาวประมาณ 100 เมตร ลักษณะเป็นสีเงินสีทองระยิบระยับ ดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำนานกว่า 5 นาที ระหว่างนั้น นายวิศักดิ์ แก้วศิริ พนักงานบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด หนึ่งในนักท่องเที่ยวได้หยิบกล้องวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ระยะห่างประมาณ 200 เมตร รวมถึงนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ในเรือได้หยิบกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือเก็บภาพ พร้อมพนมมือไหว้

ด้านนายวิศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนจะล่องเรือออกไป ตนได้จุดธูป 9 ดอก เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ปกป้องบึงหนองหาร ซึ่งหมายถึงพญานาคให้ปกป้องคุ้มครองตลอดการเดินทาง ทั้งขาไปและกลับ เพราะต้องการไปทำบุญ อีกทั้งยังได้ถวายดอกบัวเพื่อบูชาพญานาค และอธิษฐานว่าหากมีบุญก็ขอให้ปู่พญานาคได้แสดงอภินิหารปรากฏตัวให้เห็นด้วย และมาทราบภายหลังว่า คนอื่นๆ ก็อธิษฐานเช่นกัน เมื่อแล่นเรือไปใกล้ดอนสวรรค์ บริเวณเดียวกับที่นายคำรณ หว่างหวังศรี พิธีกรช่อง 3 เคยมาบันทึกรายการ และพญานาคได้ปรากฏให้เห็น จู่ๆ เครื่องยนต์เรือก็เบาลง และดูเหมือนติดขัด จังหวะนั้นหลายคนที่อยู่บนดาดฟ้าได้กรูกันไปที่ท้ายเรือเพื่อมองดูเกลียวคลื่นซึ่งทำให้ทุกคนตะลึง

สำหรับเกลียวคลื่นดังกล่าวยาวประมาณ 100 เมตร และยกตัวขึ้นมาเหนือน้ำประมาณครึ่งเมตร มีลักษณะผลุบขึ้นผลุบลง ไม่ใช่เลื้อยส่ายไปส่ายมา และยังมีสีคล้ายสีทองส่องแสงระยิบระยับ มีลักษณะคล้ายครีบ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนานกว่า 5 นาที ก่อนที่จะค่อยๆ จมหายไป ทำให้ทุกคนต่างยกมือขึ้นเหนือศีรษะ รู้สึกเป็นบุญตาที่ได้เห็น

ขณะที่ น.ส.ปลงใจ สมศรี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 71 หมู่ 1 บ.กุงศรี ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร กล่าวว่า ตนเองทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และกลับมาเยี่ยมบ้าน ได้ยินข่าวว่ามีการพบพญานาคที่บึงหนองหาร จึงเดินทางมาพร้อมกับครอบครัวและญาติพี่น้องประมาณ 10 คน กระทั่งได้เห็นในสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะพบพญานาคจริงๆ และสิ่งที่เห็นมั่นใจว่าไม่ใช่คลื่นของเรือแต่อย่างใด เนื่องจากเกิดขึ้นในแนวขวางตัดกับเส้นทางการวิ่งของเรือ และอยู่ห่างจากท้ายเรือมากนับร้อยเมตร

นายทวีพงษ์ นวานุช ประธานชมรมคนรักหนองหาร จ.สกลนคร เล่าว่า ขณะที่เห็นในครั้งแรกนั้นไม่ชัดเจนเท่าใดนัก แต่ในครั้งนี้ได้ปรากฏนานมากประมาณ 5 นาที และมีประกายระยิบระยับ ทั้งๆ ที่ไม่มีแสงแดด และพื้นน้ำไม่มีคลื่นลมแต่อย่างใด และที่สำคัญคลื่นของเรือไม่มีในขณะเกิดปรากฏการณ์ ทั้งนี้ ในพิธีบวงสรวงเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2555 ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมพิธีกว่า 2 หมื่นคน เพื่อรอชมพญานาค แต่ต้องผิดหวัง ปรากฏเป็นเพียงก้อนเมฆคล้ายพญานาคขี่ครุฑ ซึ่งแม่ชีนิรนามบอกว่า ในวันนั้น คนที่มาชมส่วนหนึ่งได้พูดจาลบหลู่พญานาค ว่าถ้าแน่จริงทำไมไม่โผล่ขึ้นมาให้ดู และคนที่มาชมส่วนใหญ่ต้องการมาเห็น ไม่ได้มาด้วยความเชื่อความศรัทธา

ประกอบกับการบวงสรวงทำไม่ถูกต้อง เนื่องจากการบวงสรวงพญานาค ห้ามมีของคาว เพราะพญานาคไม่ใช่สัมภเวสี แต่ท่านจำศีลอยู่ การใช้หัวหมูเป็นเครื่องสังเวย การนำปลาปิ้งมาบวงสรวง และการนำไข่ไก่มาบวงสรวงนั้นไม่ถูกต้อง ในวันทำพิธีบวงสรวง ท่านก็ขึ้นมาเช่นกัน แต่อยู่ไกลมาก คนที่มารอชมอาจจะมองไม่เห็น แต่ก็มีพญานาคบริวารขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งหลายคนอาจจะรู้สึก แต่หลายคนไม่รู้สึก

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นางวิตยา ประสงค์วัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ซึ่งกลับจากตรวจเยี่ยม บขส.ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ติดตามถามหานำคลิปบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวมาดูด้วยความสนใจ

ที่มา : www.thairath.co.th
วันที่ 17 Apr 2012 - 09:00 (55 นาที ที่ผ่านมา)



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 2/1/13 at 05:21 Reply With Quote


"รอยพญานาค" โผล่เลื้อยกระโปรงรถปิกอัพ


.

ภาพข่าว - dailynews.co.th I วันอังคารที่ 1 มกราคม 2556

.......วันนี้ (1 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้พบรอยพญานาคอยู่ที่ฝากระโปรงหน้าของรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน บต 7488 ปทุมธานี ซึ่ง จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 15/455 หมู่ 3 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบชาวบ้านแห่จุดธูป-เทียน หวังขอพรและเลขเด็ด

นายแดง คงค่าย เจ้าของรถ เปิดเผยว่า เมื่อคืนครอบครัวและญาติพากันมาดื่มกินร่วมฉลองปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน จากนั้นต่างแยกย้ายเข้านอน โดยจอดรถคันดังกล่าวไว้ตามปกติ กระทั่งเช้าตื่นมาจึงเห็นรอยประหลาดดังกล่าว ซึ่งต่างเชื่อกันว่าเป็นรอยของพญานาค 2 ตัว มาเลื้อยเล่นผ่าน จึงรีบจุดธูปเทียนบูชา หวังขอให้พาลพบแต่สิ่งดี ๆ ต่อไป ส่วนใครจะเห็นเลขอะไรก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล.



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 7/8/14 at 08:52 Reply With Quote


พบ "รอยพญานาค" โผล่กลางบ้านผู้คุมเรือนจำอยุธยา


.......พระนครศรีอยุธยา 30 ต.ค. - ผู้คุมเรือนจำ จ.พระนครศรีอยุธยา ซื้อบ้านทิ้งไว้นานกว่า 10 ปี ปิดตายถูกน้ำท่วมซ้ำ มาเปิดอีกทีวันออกพรรษาให้คนเช่า พบรอยพญานาค 2 ตัว เลื้อยรอบบ้าน เจ้าอาวาสวัดดังยืนยันเป็นรอยพญานาคที่อาศัยอยู่ใต้บ้านมานานนับร้อยปี

เรื่องราวรอยพญานาคโผล่กลางบ้านครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านของนายอัศวิน เทสินทโชติ อายุ 55 ปี เจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านรักไทย หมู่ 2 ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา บ้านหลังดังกล่าวปลูกอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 70 ตารางวา เป็นบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด ปลูกอยู่ท้ายซอย กำแพงบ้านติดกับหนองน้ำโบราณเก่าแก่

.
ภาพ - .mcot.net

นายอัศวิน เล่าว่า บ้านหลังนี้ซื้อไว้ ถูกทิ้งมานานนับสิบปีและถูกน้ำท่วม แต่เช้านี้ได้เข้ามาเปิดบ้าน เพื่อให้คนงานมาทำความสะอาดเตรียมเปิดให้เช่า พอเปิดประตูถึงกับตะลึง พบว่าพื้นบ้านมีร่องรอยคล้ายกับสิ่งมีชีวิตที่มีลำตัวยาวเลื้อยวนไปมา รอยแรกมีลักษณะผมถักเปีย ส่วนอีกรอยคล้ายกับข้อกระดูกสันหลังมนุษย์ เชื่อว่าเป็นรอยพญานาคที่มักจะปรากฏให้เห็นในช่วงวันออกพรรษา จึงถ่ายรูปรอยประหลาดให้พระครูภัทรกิจวิมล เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เผือก ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังรูปหนึ่ง บอกว่าเป็นรอยพญานาคสิงสถิตอยู่ใต้บ้านมานานนับร้อยปีได้โผล่ปรากฏร่องรอยให้เห็นเป็นปาฏิหาริย์. - สำนักข่าวไทย



พบ "รอยพญานาค" ในหอพระไตรปิฎก วัดพระธาตุบังพวน


.......วันนี้ (30 กรกฎาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบรอยประหลาดคล้ายรอยพญานาค ภายในหอพระไตรปิฎก บุญยะจินดา วัดพระธาตุบังพวน จึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงวัดพระธาตุบังพวน ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย ก็ได้พบกับพระครูภาวนาเจติยาภิบาล เจ้าอาวาสวัดพระธาตุบังพวน เจ้าคณะตำบลพระธาตุบังพวน

โดย พระครูภาวนาเจติยาภิบาล เล่าว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนักในพื้นที่หนองคาย จึงได้สั่งให้สามเณรเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยภายในหอพระไตรปิฎก บุญยะจินดา ว่ามีข้าวของอะไรได้รับความเสียหายจากน้ำฝนหรือไม่ แต่ปรากฏว่า สามเณรที่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยได้วิ่งกลับมาแจ้งว่า พบรอยพญานาค และเมื่อตามไปดูก็พบว่า มีรอยประหลาดคล้ายรอยพญานาคเกิดขึ้นบนพื้นภายในหอพระไตรปิฎก โดยเป็นรอยกว้างประมาณ 10 ซม. และยาวคดเคี้ยวไปมารอบห้องประดิษฐานพระพุทธรูป จึงทำให้เชื่อว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา ทำให้เกิดปรากฏการณ์รอยพญานาคอย่างที่เห็น

พระครูภาวนาเจติยาภิบาล เล่าเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ได้ฝันเห็นพญานาค 2 ตน ภายในบริเวณวัด ประกอบกับทางวัดกำลังจะมีการบูรณะมุจลินทเจดีย์ที่เป็นสระน้ำโบราณสถานสำคัญภายในวัด เพื่อให้เก็บกักน้ำได้ตลอดทั้งปี จึงเชื่อว่า รอยประหลาดคล้ายรอยพญานาคที่เกิดขึ้นเป็นนิมิตหมายอันดีในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

.
ภาพ - .manager.co.th

.......พระธาตุบังพวนเป็นเจดีย์เก่าแก่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคายมาช้านาน ตัวองค์พระธาตุเดิมสร้างด้วยอิฐเผา ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่น เป็นสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมาได้พังทลายลงเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด เจดีย์องค์ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากร เป็นรูปปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆัง มีฐานทักษิณ 5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร ชั้นที่ 6 เป็นรูประฆังคว่ำ ชั้นที่ 7 เป็นรูปดาวปลี เหนือขึ้นไปเป็นที่ตั้งฉัตร สูงจากพื้นดิน 34.25 เมตร ชาวหนองคายจัดงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 11 ค่ำเดือนยี่ของทุกปี ภายในบริเวณวัดมีโบราณสถานอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ได้แก่

สัตตมหาสถาน หรือ สถานที่สำคัญ 7 แห่งในพุทธประวัติหลังจากที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้วและได้เสด็จประทับเสวยวิมุติสุขแห่งละ 7 วัน และสระปัพพฬนาค หรือสระพญานาค ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งเจ้าเมือง ก็จะนำน้ำจากสระนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 27/1/15 at 06:20 Reply With Quote



(Update 27 มกราคม 2558)

ชาวบ้านตื่น "รอยพญานาค" โผล่ขึ้นบ้าน เกล็ดหลุดเป็นเศษทอง


.......วันที่ 26 ม.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ใน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าที่บ้านเลขที่100/6 ม.6 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มีรอยพญานาคเลื้อยตั้งแต่บริเวณหน้าบ้านขึ้นไปบนบ้านชั้นที่ 2 จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบชาวบ้านจำนวนมากมุ่งดูอยู่บริเวณหน้าบ้าน ที่บริเวณอ่างน้ำหน้าบ้านซึ่งมีการตั้งพญานาคปูนปั้นเอาไว้ มีรอยคราบโคนเป็นทางคดเคี้ยวไปตามพื้นบ้านยาวเป็นทางจนขึ้นบันไดไม้ไปที่บนบ้านชั้นที่สอง ซึ่งเป็นพื้นไม้ ไปสิ้นสุดที่บริเวณหน้าโต๊ะหมู่บูชา ชาวบ้านที่มามุงดูต้องพลัดกันขึ้นบันไดและเดินเลี่ยงเกรงว่าจะไปลบรอยคราบโคลน ชาวบ้านบางรายใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรอยพญานาค บางคนใช้มือกดสัมผัสรอยพญานาค บางคนบอกว่ามีเศษทองติดมาด้วยคล้ายเกล็ดปลาเล็กๆ











.
ภาพ - ข่าว manager.co.th

......ด้านนายอัชฌานัทธิ์ จิรเสฎฐ์ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพเป็นช่างทำสีรถยนต์ เมื่อช่วงเย็นหลังจากตนเองรับประทานอาหารแล้ว ตนเองได้สวดมนต์เย็นและนั่งสมาธิจากนั้นได้หลับไป จากนั้นตกใจตื่นขึ้นมากลางดึกได้ยินดังคล้ายมีอะไรตกที่พื้นบ้านเสียงดังสนั่น ก็พบรอยคราบโคลนเป็นทางยาวไปที่อ่างน้ำหน้าบ้าน รอยคล้ายกับพญานาคที่ตั้งเอาไว้ที่หน้าบ้าน จึงลองเอามือสัมผัสดูพบว่ามีผงติดขึ้นมามีสีลักษณะคล้ายกับแผ่นทอง เชื่อว่าน่าจะเป็นเกล็ดของพญานาคหลุดออกมา เรื่องนี้แล้วแต่ความเชื่อของแตะละคน จะเก็บรอยพญานาคเอาไว้ ส่วนชาวบ้านที่จะมาดูคงต้องมีเวลาให้ดู

Go
To Top
Go To Top



webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 28/1/15 at 04:29 Reply With Quote


.


webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1765
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved