ถ้าพบข้อผิดพลาดในเว็บไซด์ จะแนะนำและติชม หรือสอบถาม ติดต่อที่ WEBMASTER
 
VISITORS


     







Not logged in [Login ]
Go To Bottom
Printable Version | Subscribe | Add to Favourites  
[*] posted on 19/8/11 at 09:23 Reply With Quote

อัศจรรย์เด็ก10 ขวบ..ตายแล้วฟื้น เผยเห็นคนตกนรก


อัศจรรย์เด็ก10 ขวบ..ตายแล้วฟื้น

เผยเห็นคนตกนรก-กระทะทองแดง


วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2554 | เวลา 20:20 น. |dailynews.co.th

“น้องจ่อย” ป่วยหนัก นอนไอซียู 14 วัน แม่เชื่อตายไปแล้วฟื้นขึ้นมา “เจ้าตัว”บอกวิญญาณล่องลอยเห็นคนตาย-กระทะทองแดง ถูกส่งกลับเพราะยังไม่ถึงเวลาตาย


........เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีเหตุการณ์ประหลาด เด็กตายไปแล้ว 14 วัน ฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 62 ม.5 ต.มงคลธรรมนิมิต อ.สามโก้ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของ ด.ช.พิฆเนศ หรือน้องจ่อย คล้ายทอง อายุ 10 ปี ที่ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว และเข้ารับการผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลเด็ก และเสียชีวิตไปแล้วฟื้นขึ้นมา

นางสมคิด คล้ายทอง อายุ 48 ปี แม่ของน้องจ่อย เล่าว่า น้องจ่อยเกิดมามีโรคประจำตัวหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นกระบังลมรั่ว ฝาผนังหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจรั่วทั้ง 4 ห้อง และเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงปนกัน ตนนำน้องจ่อยเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสามโก้ จ.อ่างทอง ต่อมาโรงพยาบาลสามโก้ ได้ส่งตัวให้ไปทำการผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลเด็กที่กรุงเทพฯ ซึ่งน้องจ่อยเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่หมอจะทำการผ่าตัดหมอได้บอกให้ตนเตรียมใจไว้ก่อนแล้วว่าน้องจ่อยอาจแย่หรือเสียชีวิตก็ได้ แต่ตนก็ให้ทำการผ่าตัดเลย และหลังจากผ่าตัดกลับออกมา น้องจ่อยก็นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ตลอดเวลา 14 วัน

“น้องจ่อยใช้เครื่องช่วยหายใจมาตลอด พยาบาลที่มาตรวจพบว่าน้องจ่อยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใด ๆ ไม่มีความดันในร่างกาย ไม่หายใจ ตัวเย็นเฉียบ หมอและพยาบาลจึงบอกว่าน้องจ่อยตายไปแล้ว ฉันก็ได้แต่บอกหมอและพยาบาลว่าไม่ให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ เพราะลูกอาจจะฟื้นขึ้นมาได้ เนื่องจากฉันได้ไปบนไว้หลายที่ จนมาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. หมอได้มาว่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วเพราะว่าเด็กตายแน่ ๆ แขนขาเขียวคล้ำไปหมด นิ้วมือและนิ้วเท้าแห้งจนแข็งดำ หงิกงอ ผิวหนังแห้งเกรียม โดยเฉพาะที่นิ้วเท้าด้านขวาแห้งจนหลุดออกมา ให้ฉันและญาติไปเตรียมเรื่องงานศพได้เลย ตนก็บอกว่าขอเวลาอีกวันหนึ่ง”

มารดาน้องจ่อย เล่าต่อว่า กระทั่งวันรุ่งขึ้น ก่อนที่หมอจะถอดเครื่องช่วยหายใจออก ตนได้สังเกตเห็นว่าใต้ตาของน้องจ่อยนั้นมีเหมือนเหงื่อซึมตามผิวหนังอยู่ และเท้ากระดิกได้ ตนจึงได้วิ่งไปบอกหมอและพยาบาลให้มาดู จากนั้นหมอและพยาบาลก็มาดูต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบอกกับตนว่านี่ถือว่าสิ่งอัศจรรย์โดยไม่เคยพบเห็นมาก่อน จากนั้นจึงไปเอาที่วัดความดันมาวัด ก็พบว่าความดันเริ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตัวเริ่มอุ่นขึ้น ก็รีบช่วยกันรักษาพยาบาล


“หลังจากลูกชายฟื้นขึ้นมาทุกคนต่างดีใจ โดยช่วงที่น้องจ่อยนอนพักอยู่ในห้องไอซียู ยายของน้อยจ่อยได้ไปบนหัวหมู 25 หัว แต่ช่วงที่จุดธูป ธูปไม่ยอมติด จึงเปลี่ยนเป็นบนหัวหมู 50 หัว และจุดธูปใหม่จนติด และในที่สุดน้องจ่อยก็ฟื้นจนได้” มารดาเล่าจริงจัง

ด้าน “น้องจ่อย” เล่าให้ตนฟังว่า ตอนที่นอนอยู่นั้นเหมือนวิญญาณออกจากร่างล่องลอยไปที่ไหนไม่รู้ มีแต่หมอกควัน เห็นคนหลายคนโดนแทงบ้าง เห็นกระทะทองแดง จากนั้นก็พบตาที่ตายไปแล้ว 6 ปี มาหาบอกว่า “จ่อยมายังไง” จากนั้นก็เห็นผู้ชายและผู้หญิงเดินมาบอกตาว่าให้พาเด็กคนนี้ไปส่ง เพราะยังไม่ถึงเวลา สักพักหนึ่งในมือของน้องจ่อยก็มีแต่เงินเต็มไปหมด น้องจ่อยบอกว่ายังแบ่งให้ตาเลย แต่ตาก็ไม่เอา หยิบคืนให้ และรีบพาน้องจ่อยมาส่งที่ชั้น 2 ของโรงพยาบาล บอกว่าให้รีบไป เดี๋ยวจะไม่ทัน และเมื่อไปแล้วให้รีบเอาธูปที่มือออก จากนั้นตาก็หายไปทันที

อย่างไรก็ดี นพ.วิเชาว์ กอจรัญจิตต์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทรวงอก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แพทย์เจ้าของไข้ ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ว่า การผ่าตัดน้องจ่อยค่อนข้างยากมาก เพราะมีโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง หลังการผ่าตัดพบว่าคนไข้อยู่ในขั้นวิกฤติ แนวโน้มช่วงแรกมีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่แพทย์ช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ รักษาด้วยยาที่ดีที่สุดจนกระทั่งเด็กเริ่มมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนกรณีที่ญาติคนไข้เชื่อว่าเป็นการตายแล้วฟื้น คงไม่ใช่หัวใจหยุดเต้นแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ตามความเข้าใจของญาติคนไข้ อย่างไรก็ตาม คนไข้ยังมีอาการอีกหลายอย่างที่ต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่นอาการเนื้อที่ปลายมือปลายเท้าดำเพราะเนื้อตายไปแล้วเป็นต้น.





รายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" Dr. Mel Gill - The Meta Secret


.....เรื่องเช่นนี้ยังมีตัวอย่างชาวต่างชาติที่น่าศึกษาอีกต่อไปในปัจจุบันนี้ จากรายการดัง "วู้ดดี้เกิดมาคุย" ได้สนทนากับ Dr. Mel Gill เรื่อง..ตายแล้วฟื้น ได้ออกอากาศทางทีวีช่อง 9 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2554 เพื่อให้สมเหตุสมผลกับความเชื่อ ที่ทางการแพทย์ได้มองในแง่สรีรศาสตร์ ส่วนทางศาสนาพยายามค้นคว้าเรื่องของจิตวิญญาณ

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้จัดทำกระทู้นี้อยากจะให้ทุกท่าน อย่ามุ่งใช้วิจารณญาณเพียงอย่างเดียว เพราะตัวเราเองก็ไม่มีประสบการณ์เช่นนี้ คิดพิจารณาไปอย่างไร ก็ไม่เท่ากับคนที่พบและได้ประสบกับตนเองเช่นนี้ ตามคำโบราณที่กล่าวกันว่า.. "ฟังเขาเล่าร้อยครั้ง..ไม่เท่ากับได้เห็นด้วยตัวเองครั้งเดียวนั่นแหละ...!"






ญาติคนตายแล้วฟื้นไม่ยอมฉีดยาศพ หวังฟื้นมาใหม่
เหมือนพ่อที่ตายแล้วฟื้นมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปี


........ความคืบหน้ากรณี นายลำเจียก ชมชื่น อายุ 54 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 21 ม.2 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ลำคอระยะสุดท้าย และได้เสียชีวิตลง เมื่อเวลา 08.00 น ของวันที่ 20 ก.ค.ต่อมาเวลา 11.00 น. ชาวบ้านรวมทั้งญาติของนายลำเจียก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ขุนรัตนาวุธซึ่งกำลังนำศพของนายลำเจียกลงโลง แต่ทุกคนต้องตกตะลึง เพราะอยู่ๆปรากฏว่า ศพของนายลำเจียกกับนิ้วกระดิก และลืมตาขึ้นและฟื้นชีวิตกลับคืนมา สร้างความแตกตื่นแก่ทุกคนที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ต่อมาเวลา 22.30 น.นายลำเจียก ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบอีกครั้ง และได้เล่าเหตุการณ์ในช่วงที่เสียชีวิตว่าไปไหนมา

ดังนั้นวันนี้ 21 ก.ค.2552 เวลา 16.30 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 21 หมู่ 2 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพของนายลำเจียก ชื่นชม อายุ 54 ปี โดยที่บ้านหลังดังกล่าว พบกับ นายวงศ์ ชื่นชม นายเข็ม ชื่นชม นางนมเนย ชื่นชม และนางกิมเลี้ยง ชื่นชม ซึ่งทั้ง 4 คน เป็นพี่น้องกับนายลำเจียก ที่ตายแล้วฟื้น ซึ่งทั้ง 4 คนกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่บริเวณใต้ถุนบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพ

โดย นางนมเนย ชื่นชม อายุ 57 ปี พี่สาวของนาย ลำเจียก คนตายแล้วฟื้น ได้เล่าให้ฟังว่า นายลำเจียก ซึ่งเป็นน้องชาย ได้เสียชีวิตที่บ้าน เวลาประมาณ 08.00 น.ของวันที่ 20 ก.ค. ด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอขั้นสุดท้าย แต่ต่อมา เวลา 11.00 น.ขณะที่ญาติๆ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ กำลังนำศพของน้องชายใส่ในโลง เพื่อทำพิธีทางศาสนา แต่จู่ๆน้องชายของตนกลับฟื้นชีวิตขึ้นมา สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก และน้องชายของยังสามารถพูดคุยกับญาติได้ตามปกติ

นางนมเนย เล่าต่อว่า หลังจากที่น้องชายของตนฟื้นขึ้นมา บรรดาญาติจึงได้สอบถามว่า ทำไมถึงฟื้นทั้งที่ทางแพทย์ได้ออกใบมรณะ ซึ่งนายลำเจียกได้บอกกับญาติว่า กลับไปที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อไปรับใช้ชาติ และไปดูบังเกอร์หลุมหลบภัย สมัยที่ยังเป็นทหารเกณฑ์ และได้ถูกคัดเลือกให้ไปปราบปราบคอมมิวนิสต์ ในสมัยนั้น

นางนมเนย เล่าต่อไปว่า น้องชายของตนเคยเป็นทหารเกณฑ์ และได้ไปปราบปราบคอมมิวนิสต์ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ซึ่งปัจจุบันตามร่างกายของน้องชายยังมีสะเก็ดระเบิดอยู่เลย และเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 04.00 น.น้องสาวที่ของตนชื่อ กิมเลี้ยง ชมชื่น อายุ 50 ปี มีอาชีพขายน้ำมันในตัวเมืองกาญจนบุรี ได้โทรศัพท์มาบอกว่า นายลำเจียก น้องชายได้ไปหาที่บ้าน ได้แต่ยืนร้องให้อยู่หน้าบ้าน แต่ไม่กล้าเข้าไปภายในบริเวณบ้าน โดยน้องชายบอกว่าไม่สามารถเข้าบ้านได้เนื่องจากมีคนคุมบ้านอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น นางกิมเลี้ยงน้องสาวจึงได้บอกให้น้องชายกลับบ้าน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นางกิมเลี้ยง น้องสาว ไม่รู้เรื่องเลยว่า นายลำเจียก น้องชายได้เสียชีวิตไปแล้ว และวันนี้นางกิมเลี้ยงจะเดินทางมาที่งานศพของนายลำเจียกเพื่อมาร่วมงานศพของน้องชาย

นางนมเนย เล่าท้ายสุดว่า เมื่อหลายปีก่อน สมัยที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ได้ป่วยและเสียชีวิตลง ซึ่งทางญาติไม่ได้ฉีดยาศพ แต่ต่อมาพ่อได้ฟื้นขึ้นมาเหมือนกับนายลำเจียก แต่การฟื้นคืนชีพของพ่อ สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 2 ปี ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ดังนั้นศพของนายลำเจียกน้องชายทางญาติก็จะไม่ฉีดยาศพเช่นกัน เผื่อน้องชายอาจจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเหมือนพ่อ โดยตนจะทำการสวดพระอภิธรรมศพของน้องชายตั้งแต่วันที่ 21 – 23 ก.ค.52 และถ้าน้องชายไม่ฟื้นก็จะทำการเผาศพทันทีนางนมเนยกล่าว


ภาณุ สุพรรณ / ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี



คุณยาย 73 ปี ตายแล้วฟื้น ที่จังหวัดสุรินทร์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2554 10:42 น.

เหลือเชื่อ! ยายเมืองช้างวัย 73 ปี ตายแล้วฟื้น - เล่าเรื่องราวหลังเสียชีวิต


........เหลือเชื่อ! ยายเมืองช้างวัย 73 ปี ตายแล้วฟื้น ท่ามกลางความดีใจของลูกหลาน หลังหมดลมหายใจไปกว่า 19 ชม.ด้วยโรคฝีพุพอง จากงานศพต้องเปลี่ยนเป็นงานมงคลประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญต่ออายุให้คุณยายแทน พร้อมเล่าเรื่องราวหลังเสียชีวิตไปพบกับวิญญาณพี่สาวชวนให้บวชชีอยู่ด้วย แต่ขอกลับมาบ้านเพื่อบวชหลานชายจึงฟื้นขึ้นมา เผยเป็นคนชอบทำบุญใส่บาตรพระทุกวัน

วันนี้ (8 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคุณยายเสียชีวิตเป็นเวลากว่าครึ่งวันแล้วกลับฟื้นชีวิตมาใหม่ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับนางแนบ สายกระสุน หญิงชราอายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 บ้านชุมแสง ม.1 ต.ชุมแสง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ หลังทราบว่าเป็นคุณยายเสียชีวิตไป 19 ชั่วโมงแล้วฟื้นมีชีวิตขึ้นมาใหม่ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจากครอบครัว ลูกหลานและญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนบ้านของคุณยายว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เวลาประมาณ 09.00 น. คุณยายแนบ สายกระสุน ได้เสียชีวิตลงภายในบ้านอย่างสงบหลังแพทย์หมดทางรักษาด้วยโรคฝีพุพอง บวมเต็มร่างกายคลายท้าวแสนปม

ทั้งนี้ ก่อนที่คุณยายจะเสียชีวิตประมาณ 2 ชั่วโมง ลูกหลานได้นิมนต์พระอธิการ ชมพูวิสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านชุมแสง และเป็นจ้าคณะตำบลชุมแสง มาสวดธรรมเสริมต่ออายุให้คุณยายหายเป็นปกติ ซึ่งระหว่างนั้นคุณยายได้ถามหลวงพ่อเบาๆ ว่า ตนเองจะมีทางรอดหรือไม่ หลวงพ่อจึงได้ตอบกลับไปว่าทุกคนเกิดมาต้องตาย ให้นึกถึงสิ่งดีๆ เช่น การทำบุญใส่บาตรพระเป็นประจำ แต่เหมือนกับการเทศนาให้คุณยายให้รับฟังก่อนสิ้นลมหายใจ เพราะจากนั้นคุณยายก็หายใจรวยรินค่อยๆ สงบและเสียชีวิตลง

หลังจากนั้นลูกหลานจึงได้เตรียมสถานที่กางเต็นท์ พร้อมนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีสวดอภิธรรมศพตามประเพณี โดยที่ยังไม่ได้นำศพคุณยายใส่โลง เพราะอยู่ระหว่างการติดต่อนำโลงเย็นมาบรรจุศพ โดยใช้เพียงผ้าขาวคลุมร่างไว้บนแคร่บริเวณหน้าบ้านแทนเท่านั้น

ขณะที่หลานชายได้ลางานจากต่างจังหวัดเพื่อเดินทางมาร่วมงานศพคุณยาย ซึ่งได้เดินทางมาถึงและกราบศพยายในเวลาประมาณ 04.00 น.ของคืนวันที่ 7 ก.ค. หลังจากนั้นไม่นานลูกหลานที่อยู่ในงานศพต่างได้ยินเสียงคุณยายแนบเรียกลูกชายให้หุงข้าวทำอาหารเพื่อเตรียมทำบุญตักบาตรพระในตอนเช้า ตามที่คุณยายเคยปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน เมื่อลูกหลานและเพื่อนบ้านที่อยู่ในงานศพได้ยินเสียงคุณยายเรียกต่างพากันตกใจแตกตื่นและเข้าไปดูศพคุณยาย ปรากฏว่าคุณยายแนบลืมตาอยู่และมีลมหายใจ ท่ามกลางความดีใจของทุกคน

จากนั้นคุณยายสามารถลุกขึ้นพร้อมพูดคุยถึงเรื่องราวหลังความตายที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังว่า ตนได้พบกับวิญญาณของพี่สาวคือ นางบึง ดาทอง ชวนไปดูพระลูกชายที่กำลังผ่าตัดที่โรงพยาบาลสงฆ์ กทม. จึงตอบพี่สาวว่าไปไม่ได้เพราะไม่มีเงินค่ารถ นางบึงจึงชวนไปดูวัดอีก 3 แห่ง ซึ่งเป็นสถานที่เก็บอัฐิของนางบึงและญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ได้แก่ วัดอุดม วัดบ้านขาม และที่พักสงฆ์ป่าช้า พบเห็นผู้คนจำนวนมากนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมอย่างมีความสุข แต่ตนไม่รู้จักใคร ดวงวิญญาณนางบึงพี่สาวยังได้ชวนตนเองบวชชี นุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมอีกด้วย แต่ได้ขอพี่สาวกลับมาบ้านก่อนเพื่อจะมาบวชหลานชายคนโตที่ตนรัก เพราะเขาจะบวชในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นตนก็รู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่คุณยายแนบให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว คุณยายแนบยังได้แสดงการร่ายรำให้ดูว่าตัวเองมีร่างกายปกติดีแล้ว ส่วนแผลพุพองและร่างกายที่บวมต่างก็ยุบหายไปอีกด้วย ซึ่งจากงานศพวันนี้ได้กลับกลายเป็นงานมงคลประกอบพิธีต่ออายุด้วยการบายศรีสู่ขวัญให้คุณยายแทนการสวดอภิธรรมศพ พร้อมทำพิธีโกนผมนาคให้หลานชายที่ลางานเดินทางกลับมาเพื่อบวชหน้าไฟให้ยายแนบในวันงนี้ (8 ก.ค.) แทน ท่ามกลางความดีใจของญาติพี่น้อง และลูกหลานกันถ้วนหน้า


(คลิปวีดีโอจากรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ทางทีวีช่อง 3)





เด็กชายตายแล้วฟื้น..พบยายในสวรรค์ ที่ประเทศเยอรมัน


.......เมื่อ 8 เม.ย. น.ส.พ.บิลด์ ราย งานเหตุปาฏิหาริย์รอดชีวิตของด.ช. ปอล ชาวเยอรมัน วัย 3 ขวบ หลังจมน้ำหมดลมหายใจไปนาน 3 ชั่วโมง 18 นาที แพทย์ถอดใจแล้ว เด็กกลับฟื้นขึ้นมา และบอกกับพ่อแม่ว่า ได้พบกับยายในสรวงสวรรค์ ยายบอกว่าให้เร่งรีบกลับบ้านไปโดยเร็ว

ด.ช.ปอลพลัดตกลงไปในแม่น้ำในสวนหลังบ้านตายาย ที่เมืองลือเชิน ทางเหนือของกรุงเบอร์ลิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เฮลิคอปเตอร์นำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังคณะแพทย์พยายามปั๊มหัวใจเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายอยู่นานจนถอดใจ แต่เมื่อ 3 ชั่วโมง 18 นาทีผ่านไป หัวใจของเด็กชายปอลกลับเต้นขึ้นมาอีกครั้ง อย่างน่าประหลาดใจ

น.พ.โลธาร์ ชไวเกอเรอร์ กล่าวด้วยความทึ่งและโล่งอก ว่า ตามปกติเด็กอายุแค่นี้จมน้ำไปเพียงไม่กี่นาทีมักจะไม่รอด ตนไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

ภาพข่าว - khaosod.co.th





webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1760
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member
[*] posted on 23/8/11 at 14:10 Reply With Quote


(Update 23-08-2554)


webmaster
Super Administrator
*********
Posts: 1760
Registered: 8/1/08
Member Is Offline
View User's Profile View All Posts By User U2U Member

Go To Top
 

"เว็บตามรอยพระพุทธบาท" ได้รับลิขสิทธิ์จาก พระอาจาย์ชัยวัฒน์ อชิโต เพื่อเผยแพร่รูปภาพและข้อมูล
จาก "หนังสือตามรอยพระพุทธบาท" จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
ห้ามคัดลอกข้อมูล, ภาพ, เสียง ออกไปเผยแพร่ หรือนำไปโพสในเว็บใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียก่อน

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับโปรแกรม Internet Explorer, Window Media V.9, Flash Player ความละเอียดหน้าจอ 1024 x 768 pixels ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 Mbps. ขึ้นไป

ถ้าพบข้อผิดพลาดใดๆ หากจะแนะนำ หรือติชม และสอบถาม ติดต่อ "ทีมงานเว็บตามรอยพระพุทธบาท"
เริ่มเปิดเว็บไซด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Copyright @ 2008 tamroiphrabuddhabat.com All rights reserved